วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

แจ้งความปอท. ถูกโกงประมูลกระเป๋าแบรนด์เนม ผ่านเฟซบุ๊กสูญ10ล.

แจ้งความปอท. ถูกโกงประมูลกระเป๋าแบรนด์เนม ผ่านเฟซบุ๊กสูญ10ล.

กลุ่มผู้เสียหายรวมตัว แจ้งความ "ปอท." ถูกโกงประมูลกระเป๋าแบรนด์เนม ผ่านเฟซบุ๊กสูญ10ล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) น.ส.อารีนันท์ ธรรมครูปัตย์ อายุ 46 ปี และน.ส.ปิยะภรณ์ ลีลาศ อายุ 36 ปี พร้อมกลุ่มผู้เสียหายกว่า 5 คน เข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ พอดี ผกก.2 บก.ปอท. และพ.ต.ต.ทศพร ศรีสัจจา สารวัตร (สอบสวน) บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.เจตญารัตน์ หรือเอก (สงวนนามสกุล) หลังถูกฉ้อโกงการประมูลกระเป๋าแบรนด์เนม กว่า 10 ล้านบาท ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก“crazy brandname” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 200,000 คน ในข้อหา “ฉ้อโกง” โดยนำเอกสารภาพถ่ายและหลักฐานการโอนเงินมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

น.ส.อารีนันท์ กล่าวว่า กรณีของตนเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 เนื่องจากต้องการขายกระเป๋าแบรนด์เนมจำนวน 4 ใบ มูลค่ารวม 60,000 กว่าบาท จึงไปฝากขายร้านย่านสุขุมวิท 28 (อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 ทาวเวอร์) โดยมีน.ส.เจตญารัตน์ เป็นผู้ออกใบรับกระเป๋า จากนั้นน.ส.เจตญารัตน์ก็นำกระเป๋าของตนไปประมูลตามเพจต่างๆ ซึ่งตนก็ติดตามเพจเหล่านั้น กระทั่งขายได้แล้ว แต่น.ส.เจตญารัตน์ก็ไม่มีการโอนเงินมาให้ โดยอ้างว่ายังขายไม่ได้ จากนั้นก็มีคนที่โดนโกงในลักษณะคล้ายตนมารวมตัวกันเองและไปที่ร้านย่านสุขุมวิท แต่เมื่อไปถึงร้านได้โดนปิดไปเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบพบว่าน.ส.เจตญารัตน์ เป็นลูกจ้างร้านดังกล่าว จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับสน.ทองหล่อไว้จำนวน 3 คดี

ด้านน.ส.ปิยะภรณ์ กล่าวว่า ตนได้อยู่ในเพจเฟซบุ๊ก “crazy brandname” ซึ่งเป็นเพจประมูลกระเป๋าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ กระทั่ง น.ส.เจตญารัตน์ ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก “ good good good” มาโพสต์เปิดประมูลกระเป๋า “Bao Bao issey miyake” หรือที่เรียกว่า “เบา เบา” ตนจึงได้ประมูลโดยในสองครั้งแรกได้รับของตามปกติ จากนั้นจึงไว้ใจเลยสั่งซื้อโดยตรงจำนวน 2 ใบ โดยโอนเงินเป็นจำนวนเงินกว่า 55,000 บาท เข้าบัญชีของน.ส.วรินญา (ไม่ทราบนามสกุล) ผ่านไปประมาณ 1 เดือน ยังไม่ได้รับสินค้า จึงสอบถามไปทาง น.ส.เจตญารัตน์ อ้างว่า สินค้ามีตำหนิจะนำไปเปลี่ยนให้ สุดท้ายก็ไม่ได้รับสินค้า จึงรวมกลุ่มเพื่อนไปหาน.ส.วรินญา เจ้าของบัญชีดังกล่าวที่บ้านพัก และได้เดินทางมาพูดคุยกันที่สน.วัดพระยาไกร

จากการสอบถามทราบว่าน.ส.วรินญาเป็นเพื่อนกันโดยน.ส.เจตญารัตน์ ได้ใช้บัญชีเพื่อนเนื่องจากน.ส.เจตญารัตน์ เคยกระทำการลักษณะดังกล่าวมาแล้วและมีชื่อติดค้างหลายคดี

อย่างไรก็ตาม ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะมีผู้เสียหายหลายคนที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินไปจำนวนมาก

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากความสะดวกในการซื้อของผ่านออนไลน์ ซึ่งมิจฉาชีพก็ใช้ช่องทางเข้ามาหลอกลวงประชาชน โดยการโพสต์ขายของ ส่วนใหญ่จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาด จนเป็นที่น่าสนใจและมีประชาชนเข้ามาหลงเชื่อจำนวนมาก

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานก่อนติดตามตัวผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน ส่วนจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่นั้น ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีในชั้นศาลอาญารัชดาต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.เจตญารัตน์ เคยมีคดีฉ้อโกงอยู่ในชั้นศาลจังหวัดอุบลราชธานี ผู้เสียหายเสียเงินไปกว่า 4 ล้านบาท ทั้งนี้ยังมีคดีลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ สน.ทองหล่อ สน.ทุ่งสองห้อง และ สน.โคกคราม อีกด้วย