วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซิตี'งานหนักตัดชุดขาว หงส์พลิกลิ่วเยือนบียาร์รีล

ประกบคู่ฟุตบอลถ้วยใหญ่สุดยุโรป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

 รอบรองชนะเลิศ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ที่ผ่านเข้ารอบหนแรกเจองานหนัก เพราะต้องพบกับ เต็ง 1 อย่าง “ชุดขาว” รีล มาดริด จากสเปน ขณะที่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค งานเบาดวลกับ “ตราหมี” แอต.มาดริด จากสเปน ด้าน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งพลิกสถานการณ์เข้ารอบยูโรปาลีก จะไปพบกับ บียาร์รีล ทีมดังจากแดนกระทิงดุ

การจับสลากประกบคู่ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และยูโรปา ลีก ที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน มีทีมจากสเปนเข้ารอบนี้ 2 ทีมคือ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด เต็ง 1 หลังจากที่ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ตกรอบไปแล้ว กับ “ตราหมี” แอต.มาดริด จากอังกฤษ 1 ทีมคือ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี และเยอรมนี 1 ทีมคือ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งการจับสลากรอบนี้ไม่มีข้อกำหนดทีมวาง หรือทีมจากชาติเดียวกันทั้งสิ้น

ในการจับมี เดยัน สแตนโควิช อดีตกองกลางอินเตอร์ มิลาน เป็นคนจับ และได้คู่แรกออกมาเป็น แมนฯซิตี พบ รีล มาดริด โดยที่แมนฯซิตี จะเป็นเจ้าบ้านก่อน ทำให้เป็นงานหนักสำหรับ แมนฯซิตี ที่มีโอกาสเข้ารอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร อีกทั้ง มานูเอล เปเยกรินี กุนซือแมนฯซิตี จะได้เจอกับทีมเก่าที่เคยคุมมา ซึ่งที่ผ่านมาแมนฯซิตี พบ รีล มาดริด มา 2 นัดยังไม่เคยชนะทำได้แค่เสมอ 1 นัด และแพ้อีก 1 นัด ส่วน รีล มาดริด ไม่แพ้ทีมจากอังกฤษมาเลยใน 8 นัดหลังสุด

ขณะที่เกมอีกคู่เป็นการพบกันของ แอต.มาดริด กับ บาเยิร์น เป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่เคยพบกันในนัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 1974 เป็นบาเยิร์น เอาชนะไป 4-0 ในเกมนัดรีเพลย์ หลังจากเสมอกัน 1-1 ในนัดแรก ทำให้การพบกันที่ผ่านมา แอต.มาดริด ยังไม่เคยเอาชนะบาเยิร์นได้ แต่ฟอร์มล่าสุดทีมตราหมีก็แพ้เพียงนัดเดียวใน 7 นัดหลังสุดที่พบกับทีมจากเยอรมนี

สำหรับการแข่งขันนัดแรกจะมีขึ้นในวันที่ 26 กับ 27 เมษายน และนัดที่สองวันที่ 3 พฤษภาคม กับ 4 พฤษภาคม ส่วนนัดชิงชนะเลิศที่ซานซีโร เมืองมิลาน วันที่ 28 พฤษภาคม

ด้านผลฟุตบอลยูโรปาลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 เมื่อวันที่ 14 เมษายน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเอาชนะ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ไป 4-3 โดยเป็นดอร์ทมุนด์ ที่ออกนำก่อน 2-0 จาก เฮนริค มิคฮิทาเรียน นาทีที่ 5 กับ ปิแอร์ โอบาเมยอง นาทีที่ 9 และนำ 2-0 ในครึ่งแรก

ก่อนที่ครึ่งหลัง ดิวอค โอริกี มาตีไข่แตกให้เจ้าถิ่นนาทีที่ 48 และ ดอร์ทมุนด์ หนีห่างไปเป็น 3-1 จาก มาร์โก รอยส์ นาทีที่ 57 แต่ ลิเวอร์พูล กลับมามีหวังเมื่อ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงไล่มาเป็น 2-3 ตามด้วยประตูตีเสมอของ มามาดู ซาโก นาทีที่ 78 และเป็น เดยัน ลอฟเรน ที่เป็นฮีโร่ของทีมขึ้นมาโหม่งประตูชัยให้ทีมในช่วงทดเจ็บ ทำให้ลิเวอร์พูล เข้ารอบด้วยประตูรวม 5-4

ขณะที่เซบีญา แชมป์เก่าจากสเปน ยังเอาตัวรอดไปป้องกันแชมป์ได้ต่อแม้ว่าจะแพ้ แอธ.บิลเบา ในบ้านตัวเอง 1-2 โดยเจ้าถิ่นได้จาก เควิน กาเมโร นาทีที่ 59 ขณะที่ทีมเยือนได้จาก อาริทซ์ อาดูริซ นาทีที่ 57 และราอูล การ์เซีย นาทีที่ 80 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษเมื่อรวม 2 นัดเสมอกัน 3-3 ก่อนจะไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษเป็นเซบีญา ที่เอาชนะไปได้ 5-4

ชัคเตอร์ โดเนตส์ ของยูเครน เปิดบ้านต้อน บรากา ของโปรตุเกส 4-0 ทำให้เข้ารอบด้วยประตูรวม 6-1, สปาร์ตา ปราก จากสาธารณรัฐเช็ก แพ้ บียาร์รีล จากสเปน 2-4 ทำให้ บียาร์รีล เข้ารอบด้วยประตูรวม 6-3

ส่วนผลการประกบคู่ในรอบรองชนะเลิศ ชัคเตอร์ โดเนตส์ พบ เซบีญา และบียาร์รีล พบ ลิเวอร์พูล โดยชัคเตอร์ กับ บียาร์รีล จะได้เป็นเจ้าบ้านก่อนวันที่ 28 เมษายน และเกมนัดที่สองวันที่ 5 พฤษภาคม ทีมชนะจะไปชิงชนะเลิศที่สนามแซงต์ ยาคอบ ปาร์ค เมืองบาเซิล