หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา
ยอมรับสมควรตกรอบยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก หลังออกนอกบ้านไปแพ้ “ตราหมี” แอต.มาดริด 0-2 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ชี้ลูกทีมเล่นผิดฟอร์ม ขณะที่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค บุกเสมอ “เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิก้า 2-2 ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศ ด้าน “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ หลังบุกชนะ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม 2-1
ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 วันที่ 13 เมษายน “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ออกไปเยือน “ตราหมี” แอต.มาดริด ที่บิเซนเต กัลเดรอน หลังจากเกมแรกเอาชนะมาก่อน 2-1 แต่เกมนี้เจ้าถิ่นได้ประตูออกนำตั้งแต่นาทีที่ 36 จากการโหม่งของ อองตวน กรีซมันน์ ทำให้นำอยู่ในครึ่งแรก 1-0 ก่อนที่ครึ่งหลังก่อนหมดเวลา 2 นาที แอต.มาดริด มาได้ประตูยย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาดจากจุดโทษของ กรีซมันน์ ทำให้ แอต.มาดริด ชนะในเกมนี้ 2-0 และผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 3-2
หลังจบการแข่งขัน หลุยส์ เอ็นริเก เทรนเนอร์ของ แอต.มาดริด ยอมรับว่าจากฟอร์มการเล่นของลูกทีมในเกมนี้ สมควรแล้วที่จะต้องตกรอบ และมองว่า แอต.มาดริด เป็นทีมที่เล่นได้ดีกว่าจริงๆ แม้ว่าทีมของตัวเองจะครองบอลได้มากกว่า แต่หาจังหวะเข้าทำประตูได้น้อย
“พวกเขาใช้ความได้เปรียบจากความผิดพลาดของพวกเราและเข้ารอบไปได้ พวกเขาเล่นอย่างดีที่สุดที่พวกเขาทำได้ คือการตั้งรับในแดนตัวเอง พวกเขาทำได้ดีมาก พวกเขาเล่นได้อย่างครบเครื่องและเราขาดเรื่องความฟิค เราอยากคุมเกม แต่มันลำบากในการขึ้นบอล ผมขอแสดงยินดีกับ แอตเลติโก มาดริด พวกเขาทำได้ดีกว่าพวกเรา”
“เราไม่สามารถสร้างโอกาสในพื้นที่อันตรายได้มากพอ เรารู้ว่าหนึ่งประตูนั้นสำคัญมาก เราครองบอลได้แต่ไม่มีอันตรายอะไรมากนัก ในครึ่งหลังเราเพิ่มคนในเกมรุก สร้างโอกาสได้ แต่มันก็ลำบาก เราอยู่ในช่วงที่ย่ำแย่ ทั้งเกมรุกและเกมรับ แต่ผมก็ยังภูมิใจในตัวลูกทีมของผม แต่เราต้องดึงตัวพวกเราขึ้นมาให้ได้ เรายังเหลือลุ้นอีกสองการแข่งขันในตอนนี้ และมีโอกาสที่ดีมากที่จะคว้าแชมป์ได้ แต่เราก็ยังต้องปรับปรุงกัน” เอ็นริเก้ กล่าว
ด้าน ดีเอโก ซิเมโอเน เทรนเนอร์ของ แอต.มาดริด หวังถึงขั้นการเป็นแชมป์ในถ้วยนี้ หลังจากที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าไม่ว่าจะเจอกับทีมใดในรอบรองชนะเลิศก็หนักทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี, “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด และ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค
“ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องรอบรองชนะเลิศมากไปกว่าชัยชนะ เราไม่มีทีมง่ายๆให้เจออยู่แล้ว ซิตี เป็นทีมที่มีพลังทางการเงิน และ รีล มาดริด กับ บายเร์น ก็เป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ในการแข่งขันถ้วยนี้ สำหรับ แอตเลติโก ที่ได้เข้ามาเป็น 4 ทีมที่ดีที่สุดของยุโรป เป็นก้าวย่างที่สำคัญ แต่เราอยากได้มากกว่านี้” ซิเอโอเน กล่าว
ขณะที่เกมอีกคู่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จหลังจากบุกไปเสมอ “เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิก้า 2-2 เป็น เบนฟิก้า ที่ออกนำก่อนนาทีที่ 27 จาก ราอูล คิมิเนซ นาทีที่ 27 แต่ บาเยิร์น มาได้ 2 ประตูรวดจาก อาร์ตูโร บิดัล นาทีที่ 38 กับ โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 52 ก่อนที่เจ้าถิ่นตีเสมอได้จาก อันแดร์สัน ทาลิสกา นาทีที่ 76 ทำให้ บาเยิร์น เข้ารอบด้วยประตูรวม 3-2
ด้านศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแข่งใหม่เมื่อวันที่ 13 เมษายน “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ออกไปเยือน “ขุนค้อน” เวสต์แฮม โดยเกมนี้ทีมเยือนได้ เวย์น รูนีย์ กองหน้ากัปตันทีมกลับมาเป็นตัวสำรอง แต่ตำแหน่งหัวหอกยังคงเป็น มาร์คัส รัชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่ง
เกมในครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 ก่อนที่ครึ่งหลัง แมนฯยูไนเต็ด มาได้ 2 ประตูรวดจาก มาร์คัส รัชฟอร์ด นาทีที่ 54 และ มารูยาน เฟลไลนี นาทีที่ 67 ก่อนเจ้าถิ่นตีไข่แตกจาก เจมส์ ทอมกินส์ นาทีที่ 79 ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ชนะไป 2-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ที่สนามเวมบลีย์ในวันที่ 23 เมษายนนี้
ส่วนผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ เสมอ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน 0-0 ทำให้ พาเลซ มีเป็น 38 แต้มจาก 33 นัด ห่างจากโซนอันตราย 11 แต้ม ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน มี 40 แต้มไม่ต้องลุ้นอะไรแล้ว





