วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พยานแฉ'พ.ต.ต.'โกหก เลือดเย็นยิงสุนัขตาย ไม่มีคนท้องเอี่ยว

จนท.มูลนิธิวอชด็อก นำ3พยานขึ้นโรงพัก แฉ "พ.ต.ต." โกหก เผยเลือดเย็นยิงสุนัขตาย ไม่มีคนท้องเอี่ยว ยืนยันเป็นหนังคนละม้วน

ที่สน.พหลโยธิน น.ส.พิม ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อายุ 52 ปี พร้อมนายกุศล สุขอารีย์ อายุ31 ปี อาสามูลนิธิวอชด็อก (Watchdog Thailand) พร้อมพยานที่เห็นเหตุการณ์ เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.อัครวัฒน์ สินขจรภิรมย์ สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีที่นายตำรวจยศพ.ต.ต. ใช้ปืนก่อเหตุยิงสุนัขตาย 1 เจ็บ 1 ที่แฟลตตำรวจส่วนกลางลาดยาว เมื่อกลางดึกวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

น.ส.พิม กล่าวว่า วันนี้ตนพาพยานที่เห็นเหตุการณ์ 3 คน มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยเบื้องต้นได้รับทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริงตามที่พ.ต.ต.คู่กรณีแถลงข่าวแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นการโกหก เป็นหนังคนละม้วน ไม่มีสุนัข20ตัวมารุมล้อม ไม่มีการมาล้อมภรรยาที่ท้อง ในที่เกิดเหตุด้วยซ้ำ เพราะเหตุการณ์จริงๆ คือเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00น. พ.ต.ต.คู่กรณีขับรถมาจอดตรงลานจอดรถของแฟลตที่ประจำ

เมื่อลงจากรถก็มีสุนัขมาเห่าเป็นปกติ พยานเห็นพ.ต.ต.คนดังกล่าวเดินไปหาขวดเบียร์แล้วนำมาปาใส่สุนัขเหล่านั้นจนขวดหมด จากนั้นก็เดินไปยังร้านขายของชำไม่ไกลกัน ก่อนจะขอซื้อเบียร์ แต่คุณป้าคนขายเห็นการกระทำว่าจะนำไปขว้างใส่สุนัขอีก จึงไม่ขายให้ พ.ต.ต.จึงเดินกลับไปที่รถพร้อมหยิบปืนออกมายิงสุนัขจนตายและบาดเจ็บ โดยระยะเวลาทั้งหมดไม่เกิน1ชั่วโมง

หลังจากนั้นพยานก็เห็นว่าพ.ต.ต.คู่กรณีเดินไปยังร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลเว่น เพื่อซื้ออาหารที่มีลักษณะคล้ายไส้กรอก จากนั้นก็นำมาโยนให้สุนัขที่แตกตื่นจากเสียงปืน โดยสุนัขก็วิ่งย้อนกลับมาเพื่อจะกินไส้กรอก ขณะที่พ.ต.ต.คู่กรณีถือปืนเตรียมจะยิงสุนัขต่อ จนมีคนทนไม่ไหวรีบวิ่งไปยกมือไหว้ขอไม่ให้ยิงสุนัขอีก

น.ส.พิม กล่าวอีกว่า ตนแค่อยากนำความจริงมาเปิดเผยให้ประชาชนทราบว่าเรื่องทุกอย่างที่ทางพ.ต.ต.คู่กรณีแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้เป็นเรื่องไม่จริง ตนจึงขอแจ้งความเพิ่มในข้อหา “เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อหน้าสาธารณชน” แก่พ.ต.ต.คู่กรณี และพวกตนแค่อยากจะขอว่าหากไม่รักก็แค่อย่าทำร้าย

อย่างไรก็ตามตนไม่ได้นำหลักฐานอะไรมามอบให้ตำรวจเพิ่มเติม เนื่องจากเมื่อวานนี้ได้ประสานตำรวจในการขอภาพกล้องวงจรปิดของร้านเซเว่นอีเลเว่น ขณะที่พ.ต.ต.คู่กรณีซื้อไส้กรอกในวันเกิดเหตุแล้ว ส่วนกล้องวงจรปิดที่แฟลตตำรวจนั้น ทราบว่าเสียทุกตัว จึงไม่สามารถบันทึกภาพขณะก่อเหตุยิงสุนัขได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทางวอชด็อกไทยแลนด์ จะมีมาตรการอย่างไรในการจัดจากกับสุนัขจรจัด นายกุศล กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากสุนัข ปัญหาอยู่ที่คนเลี้ยงที่ปล่อยปละละเลยสุนัขเร่ร่อน ปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ควรมีบทลงโทษที่ชัดเจนกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว และควรจำกัดหรือจัดพื้นที่ให้กับสุนัขด้วย สุขันโดยทั่วไปใช้ชีวิตตามปกติเมื่อเกิดเหตุดังกล่าวสุนัขไม่สามารถพูดได้ คนก็ออกมาชี้แจงบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งนี้อยากถามกลับไปยังสังคม หน่วยงานภาครัฐว่า พวกท่านเคยลงมาช่วยสัตว์หรือไม่ เราไม่ใช่ตัวปัญหาแต่เราลงมาเพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกรังแก

นายกุศล กล่าวต่อว่า ตนได้มีโอกาสเข้าไปดูที่เกิดเหตุพบว่ามีสุนัขที่ดุร้ายจริง แต่มีเพียงแค่ 1-2 ตัวซึ่งเป็นจ่าฝูง อย่างไรก็ตามเมื่อพบสุนัขเร่ร่อนก็ควรแจ้งต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ใช่กระทำรุนแรงเหนือกฎหมายทั้งที่ตัวเองเป็นผู้รักษากฎหมาย จากการสอบถามสุนัขส่วนใหญ่มีผู้ดูแล มีการทำหมันแล้ว แต่ก็มีคนเอามาทิ้งอยู่บ่อยครั้งจึงทำให้มีสุนัขเร่ร่อนเพิ่มมากขึ้น

ด้านพ.ต.ท.อัครวัฒน์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนที่ทางผู้แจ้งความจะแจ้งข้อหาเพิ่มว่าเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อหน้าสาธารณชนนั้น ตนยังไม่ทราบเรื่อง และข้อมูลที่พยานนำมาให้ปากคำนั้นตนก็ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ จึงไม่สามารถสรุปได้ ขอรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำให้ครบถ้วนก่อน