วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกตรวจ! ราคาอาหารสนามบินดอนเมือง แพงกว่าภายนอก40-200%

ผู้ตรวจการฯ ลุย! ชี้ราคาอาหารน้ำดื่มในสนามบินดอนเมือง แพงกว่าภายนอก40-200% จ่อเรียกสอบสัญญาเพื่อดูแลปชช. ขีดเส้นสำรวจราคามาตรฐานใน30วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.45น. คณะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่สำรวจร้านค้าภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานดอนเมือง พบว่าผู้ประกอบการหลายแห่งหลีกเลี่ยงไม่จำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม แต่เลี่ยงไปจำหน่ายน้ำแร่ในราคาขวดละ 20-40บาท เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำเกลือแร่ก็ราคาสูงกว่าราคาภายนอก 1 เท่าตัว แต่ก็มีบางร้านขายน้ำดื่มในราคา 10 บาท ขณะที่ร้านค้าของโครงการหลวง ซึ่งได้รับการยกเว้นค่าเช่าจึงสามารถขายสินค้าในราคาปกติ เช่น น้ำดื่ม 10 บาท สลักผัก 45 บาท ทำให้มีผู้โดยสารมาเลือกเลือกซื้อน้ำดื่มจนหมดสต๊อก ไม่เพียงพอกับความต้องการ

ต่อจากนั้นผู้ตรวจการฯได้ตรวจสอบราคาอาหารในฟู๊ดคอร์ทตามที่ท่าอากาศยานระบุว่า ในสัญญาประมูลควบคุมราคาขายไม่ให้เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ ของราคาห้างสรพสินค้าชั้นนำ ปรากฎว่ายังมีราคาอาหารแพง เช่น ข้าวราดแกงเรื่มต้นที่ 80-120 บาท ข้าวมันไก่ 90 บาท แซนวิช 180 บาท ชุดมาม่าผัดทะเลพร้อมเครื่องดื่ม 165 บาท สเต็ก 195 บาท บะหมี่เป็ดย่าง 80 บาท ข้าวหน้าไก่ 80 บาท

ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายระบุว่า พนักงานภายในสนามบินต้องสามารถพูดภาษาอังกฤษและจีนได้ ทำให้มีต้นทุนสูงกว่าภายนอก อย่างไรก็ตามยอมรับว่าน้ำดื่มที่มีราคาแพง และข้าวที่มีราคาสูงกว่า 200 บาทต่อจาน แต่ภายในสนามบินมีร้านค้าหลากหลาย บางร้านมีราคาสูงกว่าภายนอกเพียงเมนูละ 5บาท ผู้โดยสารสามารถถตัดสินใจได้ว่าจะเลือกร้านใช้บริการตามป้ายแสดงราคาที่ระบุไว้

ส่วนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียซึ่งซื้อข้าวผัดกะเพราในราคาจานละ 90 บาท ระบุว่าเมื่อเปรียบเทียบราคาอาหารในสนามบินกับร้านค้าภายนอกต้องถือว่าแพง

พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า หลังจากการประชุมร่วมกัน พบว่าข้อเรียกร้องที่ให้การท่าฯ ควบคุมราคาอาหารให้เหลือจานละ 50 บาท และน้ำดื่ม 10 บาท ทำให้ร้านค่างดจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวด และยังพบว่ามีราคาแพงจึงได้ข้อสรุปร่วมกัน ให้การท่าฯไปศึกษาแนวทางที่จะแก้ปัญหา ขณะที่การท่าฯระบุว่าการแก้ปัญหาอาจจะกระทบต่อสัญญาประมูล แต่ผู้ตรวจการฯพิจารณาแล้วเห็นว่าการท่าฯมีรายได้หลักจากกิจการการบิน

ส่วนค่าเช่าร้านอาหารไม่เกี่ยวข้องกับกิจการการบินจึงสมควรปรับราคาจำหน่ายให้เท่ากับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ จึงมอบหมายให้การท่าฯ สำรวจราคาภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำร่วมกับกรมการค้าภายใน เพื่อให้มีมาตราฐานราคากลาง ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อนำมาดำเนินการกับร้านค้าไม่ให้ขายอาการสูงกว่า 20 % ของราคาในห้างสรรพสินค้า เป้าหมายคือทำให้ราคาอาหารเท่ากันหรือใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้า เช่น เบอร์เกอร์คิง ในห้างราคา 209 บาท ถ้าขายในปั๊มน้ำมัน ราคา 199 บาท แต่ในสนามบินขายราคา 285 บาท บสงร้านขายน้ำอัดลมกระป๋อง ขายราคา 50 บาท ซึ่งน่าจะสูงกว่า 20 %

ดังนั้น การท่าและกรมการค้าภายในต้องเข้ามาดำเนินการกับผู้ประกอบการทั่ไม่ให้ความร่วมมือ สำหรับข้ออ้างของการท่าที่ระบุว่าต้องดำเนินการตามตัวชี้วัด เพื่อสร้างผลกำไรส่งให้กระทรวงการคลัง ผู้ตรวจฯจะรับเรื่องนี้เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และขอดูรายละเอียดสัญญาทั้งหมด โดยพบว่าราคาอาหารและเครื่องดื่มสูงกว่าห้างสรรพสินค้า 40-200% ทั้งนี้ผู้ตรวจฯต้องการให้มีความสมดุลระหว่างตัวชี้วัดเรื่องกำไรกับความเดือดร้อนของประชาชน

พล.อ.วิสวัส กล่าวอีกว่า สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารมากกว่าสนามบินดอนเมืองหลายเท่า ผู้ตรวจฯ จะเข้าไปตรวจสอบว่ามีการจำหน่ายอาการและเครื่องดื่มสูงกว่าราคาที่กำหนดหรือไม่