วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมชัย' เตรียมหารือ 'วิษณุ' ย้ำต้องชัดเจน

“สมชัย” เตรียมหารือ “วิษณุ” บ่ายนี้ ย้ำทุกฝ่ายต้องชัดเจน ยอมรับ ติดใจคำถามพ่วงสนช.ยาวเกินไป แต่พร้อมปฏิบัติตาม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ในการประชุมหารือร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ บ่ายวันนี้ (11 เม.ย.) เบื้องต้นมีประเด็นที่จะนำไปหารือคือ บทบาทของแต่ละฝ่ายหลังพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ว่าสิ่งไหนทำได้ ทำไม่ได้ เรื่องไหนเป็นบทบาทของใคร โดยจะต้องมีความชัดเจนในคน 4 กลุ่ม คือ บทบาทของ กกต. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กลไกข้าราชการ และภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไปว่าใครจะทำอะไรได้แค่ไหน ถ้าคนที่กำกับดูแลและมีส่วนในการออกกฎหมายยังไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรก็จะเดือดร้อนและลำบาก จึงต้องคุยกันก่อน กกต.เป็นฝ่ายปฏิบัติ จึงต้องคุยให้รู้เรื่องเพื่อให้เห็นพ้องต้องกัน

สำหรับภาคประชาชนจะช่วยในเรื่องบทบาทที่จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจ ภาคเอกชนและประชาชนสามารถตั้งวงถกแถลงเพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรูปแบบในการรณรงค์เพื่อให้คนมาใช้สิทธิ์ หรือทำให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาสาระต้องตีความข้อกฎหมาย เพราะมีการตัดคำว่ารณรงค์ออกไป อาจทำให้เกิดความเข้าใจว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ทำไม่ได้ แม้กระทั่งการเผยแพร่ความรู้ในแง่เหตุผลว่าควรรับหรือไม่รับจะมีรูปแบบอย่างไร อภิปรายได้หรือไม่ เผยแพร่ทางเวปไซต์ หรือไลน์ได้หรือไม่ ใส่เสื้อที่มีข้อความให้ความรู้ได้รึเปล่า ต้องทำความเข้าใจให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เพราะบ้านเมืองเราค่อนข้างจะอยู่ยาก

"ผมอยากให้สบายๆ มากกว่า ใครอยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าให้เดือดร้อน อย่าให้ผิดกฎหมาย อย่าใช้ข้อความเป็นเท็จหรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย หลักการเท่านี้พอ ส่วนคนจะตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดเป็นเรื่องของศาล กกต.มีหน้าที่บอกว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ เมื่อทำแล้วกระบวนการพิจารณาว่าผิดนั้น ศาลจะเป็นฝ่ายตัดสินว่าผิดหรือไม่ ติดคุกหรือไม่ กกต.จะไม่พูดให้แค่คำแนะนำเท่านั้น เช่นเดียวกับที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะมีหนังสือเวียนถึงคณะรัฐมนตรีว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับตัวเลขงบประมาณ 2,991 ล้านบาท อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดลงได้ ตามภารกิจที่ต้องปฏิบัติหลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ซึ่งในวันนี้ (11 เม.ย.) จะต้องชัดเจนและนิ่งในเรื่องงบประมาณ โดยนายวิษณุ จะได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันพรุ่งนี้ (12 เม.ย.) เพราะขณะนี้งานกำลังจะเริ่มแล้ว แต่เงินยังไม่มา กกต.ไม่ได้เป็นเสี่ยด้วย ซึ่งการประชุมครั้งนี้ กรธ.ก็จะร่วมประชุมด้วย จึงต้องดูว่าจะพอใจกับงบประมาณที่ กกต.ตั้งไว้ทำร่วมกับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ต้องเติมงบหรือไม่

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ในฐานะเป็นฝ่ายดำเนินการออกเสียงประชามติอยากให้มีความหมายชัดเจนและเป็นที่เข้าใจของประชาชน เพราะจากการศึกษาการทำประชามติของประเทศต่างๆ พบว่า คำถามจะมีความชัดเจนสั้นกระชับในบรรทัดเดียว แต่คำถามพ่วงของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ยาวถึงสี่บรรทัด จึงต้องถามรัฐบาลว่าเห็นชอบที่จะดำเนินการตามนี้แล้วงงๆ กันไปทั้งประเทศหรือไม่ ถ้าต้องการอย่างนั้นก็ได้ แต่ถ้าเห็นว่าสามารถทำให้ดีขึ้น สั้นกระชับ ใช้ภาษาง่ายให้ประชาชนเข้าใจ แต่เนื้อหาสาระยังคงเดิม เช่น ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเปลี่ยนเป็น ส.ส.และส.ว.ร่วมกันลงมติเลือกนายกฯก็จะเข้าใจง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามหากไม่มีการแก้ไข กกต.ก็พร้อมดำเนินการโดยไม่มีข้ออุทธรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งในวันนี้ได้เตรียมตัวอย่างบัตรประชามติไปให้ดูด้วย