เจอร์เก้น คลอปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล
มองโอกาสทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศยูโรป้า ลีก ยังเป็น 50-50 แม้จะบุกไปเสมอ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ด้าน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล บุก “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ชี้ชะตาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในวันที่ 9 เม.ย. ศึกยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรกเมื่อวันที่ 7 เม.ย. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ของอังกฤษ ออกไปเยือน “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ของเยอรมนี โดยเป็นการกลับมาเยือนถิ่นเก่าของ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือลิเวอร์พูลอีกครั้ง ก่อนที่จะเสมอกันไป 1-1 โดยทีมเยือนได้จาก ดิวอก โอริกี นาที 36 ก่อนที่ มัทส์ ฮุมเมลส์ มาโหม่งตีเสมอนาที 48 นัดที่ 2 จะไปเตะกันที่แอนฟิลด์ ในวันที่ 14 เม.ย.
หลังจบการแข่งขัน คลอปป์ มองว่าโอกาสเข้ารอบของทั้งสองทีมยังอยู่ที่ 50-50 แม้ว่าทีมจะได้เปรียบจากการที่ไม่แพ้นอกบ้านอีกทั้งยังยิงประตูทีมเยือนได้ 1 ประตู แต่ก็พอใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมรวมทั้งผลการแข่งขันที่ออกมา
“ผมพอใจกับหลายส่วนของเกมนี้ การจัดการเป็นไปด้วยดี เรามีความกล้า, วินัย และดีทุกอย่าง เราทำได้อย่างยอดเยี่ยม เราแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของพวกเรา แน่นอนว่าทีมอย่าง ดอร์ทมุนด์ พร้อมด้วยคุณภาพของพวกเขา คุณไม่สามารถป้องกันได้ในแต่ละการผ่านบอล ดังนั้นคุณต้องสู้และใช้ระบบจัดการอย่างที่เราทำ เราทำได้ดีจริงๆ และยิงประตูที่สวยงามได้ มันเกือบจะเป็นฟอร์มการเล่นสมบูรณ์แบบ ส่วนโอกาสการเข้ารอบยัง 50-50 เพราะดอร์ทมุนด์จะมาบุกแน่ๆ”
ขณะที่ เซบีญา แชมป์เก่ามีโอกาสสูงจะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ หลังจากบุกแซงชนะ แอธ.บิลเบา ทีมจากสเปนด้วยกัน 2-1 หลังจากที่เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 จาก อาริทซ์ อาดูริซ นาที 48 และทีมเยือนได้ 2 ประตูรวดจาก ทิโมธี โคลอดซียัค นาที 56 กับ บิเซนเต อิบอร์รา นาที 83, ชัคเตอร์ โดเนตส์ค จากยูเครน บุกไปชนะ บรากา จากโปรตุเกส 2-1 เมื่อนำก่อน 2-0 จาก ยาโรสลาฟ ราคิทสกี นาที 45 กับ ฟาคุนโด เฟร์เรนรา นาที 75 ก่อนที่เจ้าถิ่นตีไข่แตกจาก วิลสัน เอดูอาร์โด นาที 89 ส่วนผลอีกคู่ บียาร์รีล จากสเปน ชนะ สปาร์ตา ปราก จากเช็ก 2-1
ด้านศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดวันเสาร์ที่ 9 เม.ย. “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ที่มี 58 แต้มจะออกไปทำศึกดาร์บี แมทช์ กรุงลอนดอน กับ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ที่อยู่อันดับ 6 มี 51 แต้มในเวลา 19.45 น. ซึ่งน่าจะเป็นการชี้ชะตาว่า อาร์เซนอล จะยังได้ลุ้นแชมป์ต่อหรือไม่ เพราะมีแต้มตามหลัง “จิ้งจอก” เลสเตอร์ อยู่ถึง 11 แต้ม แต่ลงสนามน้อยกว่า 1 นัด หากว่าได้ 3 แต้มในนัดนี้ก็ยังมีโอกาสเพราะโปรแกรมที่เหลืออีก 6 นัด
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมเยือนไม่มีผู้เล่นบดาเจ็บเพิ่มเติม น่าจะได้ แอรอน แรมซีย์ กับ มาติเยอ ฟลามินี ฟิตกลับมาช่วยทีมได้ ขาดเพียง ซานติ กาซอร์ลา กับ อเลกซ์ แชมเบอร์เลน 2 กองกลาง แต่ยังน่าใช้ชุดถล่ม วัตฟอร์ด 4-0 โดยใช้ อเลกซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล และ อเลกซ์ อิโวบี เล่นเกมรุก อยู่หลัง แดนนี เวลเบค
ฝั่ง เวสต์แฮม จะไม่มี 2 กองหลังอย่าง เจมส์ คอลลินส์ กับ คาร์ล เจนกินสัน ที่เจ็บ รวมทั้ง ชีเคา คูยาเต ที่ติดโทษแบนในแดนกลาง ทำให้ สลาเวน บิลิช ยังต้องใช้ อันเจโล ออกบอนนา ยืนเป็นหลักในแนวรับกับ วินสตัน รีด และแดนกลางจะมี ดิมิทรี ปาเยต์ ทำเกมรุกร่วมกับแนวรุกที่มีตัวเลือกทั้ง เอเนร์ บาเลนเซีย, ดิอาฟรา ซาโก และ แอนดี คาร์โรลล์
ส่วนโปรแกรมคู่อื่น เวลา 21.00 น. แอสตัน วิลล่า พบ บอร์นมัธ, คริสตัล พาเลซ พบ นอริช, เซาแธมป์ตัน พบ นิวคาสเซิล, สวอนซี พบ เชลซี และ วัตฟอร์ด พบ เอฟเวอร์ตัน และเวลา 23.30 น. แมนฯซิตี พบ เวสต์บรอมวิช





