อธิบดี ปภ. เผยพายุฤดูร้อนส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในเขื่อน เพิ่มความชื้นในอากาศ ทำฝนหลวงง่ายขึ้น
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเกิดพายุฤดูร้อในหลายจังหวัดทางภาคอีสานว่า ได้เตรียมรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ทั้งเรื่องภัยแล้งและพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นล่าสุดตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม - 4 เมษายน ที่ผ่านมา โดยพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าให้ผลทั้งในแง่บวกและลบ ในแง่บวกคิดปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น
มีฝนกระจายตัวในหลายจังหวัด ปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำไม่น้อยกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งเป็นผลดีต่อความชื้นในอากาศส่งผลให้ทำฝนหลวงได้ง่ายขึ้นในช่วงนี้ส่วนที่กระทบกับประชาชนคือบ้านเรือนประมาณ 2,000 หลัง ใน 17 จังหวัดได้รับความเสียหาย ก็เร่งให้ความช่วยเหลือ
นายฉัตรชัย กล่าวว่าส่วนปริมาณน้ำในแต่ละเขื่อนยังเป็นไปตามแผนการจัดการน้ำ เราสามารถคำนวณได้ พื้นที่ในเขตชลประทานต่างรู้อยู่แล้ว อย่าง 5วันที่ผ่านมาน้ำลงสู่เขื่อน 133 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนพื้นที่นอกเขตประทานเป็นเรื่องการจัดการของพื้นที่คือ จังหวัด อำเภออย่างไรก็ตาม บางเขื่อนที่วันนี้มีความน่าเป็นห่วงเนื่องจากปริมาณน้ำน้อยถ้าเป็นในภาคอีสานคือ เขื่อนอุบลรัตน์ซึ่งอยู่ในขั้นการจัดการโดยใช้น้ำสำรองเป็นเทคนิคที่ทางกรมชลประทานต้องอธิบายทำความเข้าใจหรือปริมาณน้ำที่เขื่อนป่าศักดิ์ชลสิทธิ์ ทุกปีน้ำต้องเต็มเพราะน้ำที่ไหลจากแม่น้ำป่าศักดิ์เข้าเขื่อนปริมาณ 2,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งความสามารถกักเก็บน้ำของเขื่อนอยู่ที่ 900ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้ไม่เต็มปิมาณแสดงว่าน้ำไหลเข้าน้อยมากซึ่งน้ำในเขื่อนเป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ปัญหาภัยแล้งซึ่งต้องได้รับการจัดการเช่นเดียวกับน้ำนอกเขื่อน เช่น น้ำบาดาลจะต้องมีการจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องประปาทั้งระบบ ในระดับภูมิภาคไม่มีการปิดการจ่ายน้ำ ทั้ง 234 สถานีทั้งหมดสามารถใช้การได้ มีเพียงบางหน่วยต้องจ่ายน้ำเป็นเวลาบางหน่วยก็ต้องลดกำลังการจ่ายลงรวมถึงบางพื้นที่ต้องประสบปัญหาน้ำเค็มหนุนแต่ในส่วนของประปาพื้นที่นครหลวงยังไม่มีปัญหา





