วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พงศพัศ'ย้ำคดีไฮโซขับรถชนตร.ดับ สอบ'พงส.'ปม2ข้อหาหมดอายุความ

"พล.ต.อ.พงศพัศ" ส่งรายงานให้ฝ่ายกฎหมาย สตช. พิจารณาจนท.ชุดทำคดีทายาทมหาเศรษฐี ตระกูล "อยู่วิทยา" สอบ "พงส." ปม2ข้อหาหมดอายุความ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 เมษายน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. เปิดเผยถึงการรวบรวมสำนวนคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ไฮโซทายาทตระกูลมหาเศรษฐี ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ ว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. รวบรวมสำนวนคดีของพนักงานสอบสวนทั้งหมด จนทราบผลว่า มีบางข้อหาที่หมดอายุความ และไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องอัยการได้ ซึ่งตรงนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ ไปตรวจสอบว่า กระบวนการของพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเป็นธรรมหรือไม่ และข้อบกพร่องของคดีนี้เกิดจากพนักงานสอบสวนหรือไม่ รวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐานเอนเอียงหรือไม่

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ได้รับเอกสารการตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ เรียบร้อยแล้ว โดยสรุปเพียงว่า ในคดีนี้มีการตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา ในส่วนรายละเอียดที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ ส่งมานั้น เป็นการสรุปว่า คณะทำงานมีความบกพร่องในส่วนไหนบ้าง นอกจากนี้ก็พบว่าคณะพนักงานสอบสวนประวิงเวลา และไม่มีความพยายามในการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ทั้งนี้ตนได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณารายละเอียดต่อไป คาดว่าจะเสร็จภายใน 2-3 วันนี้ ก่อนส่งให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พิจารณาอีกขั้นตอนหนึ่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติกังวลหรือไม่ที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงมากำชับให้ทำคดีนี้อย่างรอบคอบ โดย พล.ต.อ.พงศพัศ ตอบว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล เพียงแต่กำชับว่าให้ตำรวจทำสำนวนคดีให้สุจริต และให้ความเป็นธรรม หากพบว่าตำรวจบกพร่องก็ต้องลงโทษตามวินัย พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาลงไปตรวจสอบดูแลว่า ขณะนี้มีสำนวนคดีใดบ้างที่ขาดอายุความไปหรือคดีล่าช้า ก็ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการให้รวดเร็ว พร้อมสั่งการให้ทุกสำนวนสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สำหรับนายตำรวจที่ปรากฏชื่อทั้ง 9 นาย ที่เกี่ยวข้องกับการทำคดีนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ อธิบายว่า ในส่วนนี้ ทาง บช.น. ไม่ได้ระบุว่ามีตำรวจกี่นายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และแต่ละนายมีข้อบกพร่องอย่างไร แต่ในรูปคดีนี้ทำในรูปของคณะพนักงานสอบสวน โดยหากตรวจสอบว่าคณะทำงานดังกล่าวมีความบกพร่องจริง ก็ตรวจสอบว่าใครเป็นคนกระทำ และก็ต้องลงโทษตามวินัยด้วย ทั้งนี้ในส่วนของคดีขับรถเร็วนั้นหมดอายุความไปแล้ว และคดีเมาแล้วขับ ทางพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่าสั่งไม่ฟ้อง สำหรับความเคลือบแคลงสงสัยใน 2 กรณีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่ต้องตรวจสอบต่อไป โดยเฉพาะประเด็นว่าทำไมถึงมีการสั่งไม่ฟ้อง

“ขณะนี้สำนวนทั้งหมดอยู่ที่พนักงานอัยการแล้ว ซึ่งต้องตรวจสอบ ทั้งนี้หากมีความจำเป็นว่าต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมก็ต้องสั่งการมายังพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินการต่อไป ซึ่งทางฝั่งอัยการก็ยืนยันว่ามี 2 ข้อหาที่เหลืออยู่นั้นยังไม่หมดอายุความและยังคงดำเนินการต่อไป” รองผบ.ตร. กล่าวยืนยัน