"เจ้ไม้" เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำใจงาม เก็บกระเป๋ามีเงินสด4.3แสน ทองคำหนักกว่า70บาท คืนเจ้าของ
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 2 เมษายน พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ได้รับแจ้งจาก นางนุชจนา สมศรี อายุ 57 ปี ชาว จ.ปทุมธานี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว“เจ๊ไม้”และ นางเทวี โพธิ์แก้ว อายุ 40 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ ว่า สามารถเก็บกระเป๋า สีดำ ได้ 1 ใบ จึงนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามหาเจ้าของ โดยสามารถเก็บได้จากภายในร้านก๋วยเตี๋ยว“เจ้ไม้”ตั้งอยู่บริเวณริมถนนบุญศิริ แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กทม.
ต่อมา ทาง พ.ต.อ.ชุมพล ได้ตรวจสอบกระเป๋าใบดังกล่าว พบว่าภายในบรรจุ เงินสด จำนวน 430,000 บาท ทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 30 บาท ทองรูปพรรณ อาทิ สร้อยคอทองคำ อีกจำนวนหนึ่ง น้ำหนักรวม 30 บาท แหวนทองคำ อีกประมาณ 10 วง น้ำหนักรวม 5 บาท สร้อยทองพร้อมพระเครื่องสมเด็จวัดปากน้ำเลี่ยมทองอีก 1 เส้น รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และเอกสารส่วนตัวระบุชื่อ น.ส.ดรุณี พงษ์ไพบูลย์ อายุ 50 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงทำการค้นหาเบอร์โทรศัพท์มือถือ ก่อนติดต่อนัดส่งมอบทรัพย์สินคืนที่ สน.สำราษฎร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยาน พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
นางนุชจนา เปิดเผยว่า เก็บกระเป๋าใบดังกล่าวได้ขณะที่ตนกำลังขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ร้าน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อเสือ โดยช่วงเย็นมีลูกค้ารายหนึ่งมาเป็นครอบครัว เป็นหญิง 2 คน เด็กชาย 1 คน ถือกระเป๋าสีดำ 1 ใบ สั่งก๋วยเตี๋ยวแล้วนั่งกินกันที่บริเวณโต๊ะหน้าร้าน กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ลูกค้ารายนี้ก็กินกันเสร็จ จึงเรียกเก็บเงินค่าก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะรีบลุกเดินออกไป แต่ต่อมาตนสังเกตเห็นว่าลูกค้าลืมหยิบกระเป๋าสีดำที่หิ้วมากลับไปด้วย จึงเฝ้ารอ เผื่อว่าเจ้าของกระเป๋าที่เป็นลูกค้าร้านตนจะกลับมาเอา ซึ่งรอได้ประมาณ 2 ชั่วโมง จนถึงเวลาปิดร้านลูกค้าก็ไม่กลับมา เลยตัดสินใจนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สน.สำราญราษฎร์ เพื่อให้ช่วยติดตามหาเจ้าของ เหมือนกับที่เคยทำเมื่อปี 2558 ซึ่งตนก็เคยเก็บเงินได้ ประมาณ 500,000 บาท ก่อนส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ จนสามารถส่งมอบคืนเจ้าของได้
ด้าน น.ส.ดรุณี เจ้าของกระเป๋าที่มีทรัพย์สินจำนวนมากดังกล่าว บอกว่า ตนทำอาชีพแม่บ้านและเปิดร้านขายสลากกินแบ่งรัฐบาลย่านปู่เจ้าสมิงพราย จ.สมุทรปราการ ซึ่งเมื่อช่วงบ่าย ตนได้ขับรถออกมาจากบ้านที่ จ.สมุทรปราการ โดยเบิกเงินจากธนาคาร เพื่อมาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่บริเวณแยกคอกวัวไปขายต่อ พอเลือกซื้อเสร็จเกิดรู้สึกหิว จึงพาแม่และลูกชาย ไปกินร้านก๋วยเตี๋ยวแถวศาลเจ้าพ่อเสือ ซึ่งกินประจำเดือนละ2-3 ครั้ง แต่ขณะนั่งกินวันนี้ได้วางกระเป๋าที่ใส่เงินและของมีค่าไว้บนโต๊ะ เพราะถ้าวางไว้บนตักจะกินไม่ถนัด กระทั่งกินเสร็จจึงรีบลุก จากนั้นขับรถเพื่อจะไปหาญาติที่ จ.ราชบุรี โดยไม่ทันรู้ตัวว่าลืมกระเป๋า ซึ่งมานึกขึ้นได้ก็ถึงจ.สมุทรสงครามแล้ว จึงตัดสินใจรีบวนรถกลับมา
“ตอนที่รู้ว่าลืมกระเป๋าทรัพย์สินไว้ ฉันมือไม้สั่นไปหมด เพราะความเป็นห่วงของและกังวลว่าทางร้านก๋วยเตี๋ยวจะเก็บกระเป๋าไว้ หรือ มีลูกค้ามานั่งต่อหรือเปล่า หากร้านไม่เก็บไว้ให้เท่ากับว่าทรัพย์สินที่เก็บสะสมมาจากขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็น 10 ปี ต้องสูญเปล่าทั้งหมด เนื่องจากฉันจะพกทั้งเงินสำหรับซื้อสลากฯ และของมีค่าที่บ้านมาด้วย เพราะที่ผ่านมาเคยถูกโจรขึ้นบ้าน 2 ครั้ง ต้องสูญทรัพย์สินไปกว่า 500,000 บาท แต่ไม่ได้แจ้งความไว้ ต้องขอขอบคุณทางร้านก๋วยเตี๋ยวมาก ที่ช่วยเก็บกระเป๋าและส่งมอบเจ้าหน้าที่หาเจ้าของ ฉันดีใจมากที่ได้ของคืน จึงจะมอบเงินสด จำนวน 20,000 บาท เพื่อเป็นสินน้ำใจให้กับเจ้าของและพนักงานร้าน” น.ส.ดรุณี กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่มีพลเมืองดีเก็บของได้แล้วแจ้งตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ดูแลร้านก๋วยเตี๋ยว“เจ้ไม้”เก็บของได้แล้วส่งคืนเจ้าของ โดยหลังจากนี้จะทำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อขอให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)พิจารณามอบประกาศนียบัตรให้กับ นางนุชจนา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว และ นางเทวี พนักงานร้าน เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจต่อไป

