รองผบช.น. เผยถนนไทยขึ้นอันดับอันตราย ระบุห้ามจยย.ขึ้นสะพานข้ามแยก ช่วยแก้ปัญหาอุบัติเหตุ
จากกรณีที่ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ได้ทำการออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร (ชั่วคราว) ว่าด้วยการห้ามรถบางชนิด และล้อเลื่อนลากเข็นเดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก และในอุโมงค์ลอดทางแยก พ.ศ.2559 โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก โดยกำหนดสะพานข้ามแยกที่ห้ามเดินรถทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งสิ้น 39 สะพาน และ 6 อุโมงค์ลอดแยก ที่ห้ามเดินรถ จนต่อมามีเพจเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า“ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม”ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นว่ากฎหมายฉบับชั่วคราวดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาด้านการจราจรได้จริงหรือ เป็นเพียงแค่ข้ออ้างในการแก้ไขปัญหาด้านการจราจรในพื้นที่นครบาล พร้อมกับให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ร่วมกันไปยื่นเรื่องแสดงความคิดเห็นในวันที่ 5 เมษายนนี้
วานนี้ (2เม.ย.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะที่กำกับงานจราจรในพื้นที่ตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในกรณีนี้ได้ออกเป็นกฎหมายชั่วคราว มีระยะเวลาในการบังคับใช้ 90 วัน เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา และจะบังคับใช้ไปจนถึง 90 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งก่อนที่จะออกมาเป็นกฎหมายชั่วคราวนั้น ได้มีการพูดคุยกับหลายฝ่ายเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน และยังเป็นนโยบายของทางรัฐบาล เพราะประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศมีถนนที่เป็นอันตรายเป็นอันดับ 2 ของโลก และจากการวิเคราะห์ของวิศวะกรรมจราจรพบว่า ถนนหรืออุโมงค์บางแห่งถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่มีช่องทางรองรับการสัญจรของรถจักรยานยนต์ ซึ่งบ้างที่มีการติดป้ายเตือนมานานมากแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีประกาศจากเจ้าพนักงานการจราจรเท่านั้นเอง ในตอนแรกนั้นกฎหมายฉบับจะบังคับใช้ถาวร แต่ยังต้องการประเมินว่ามีปัญหาหรือติดขัดตรงไหนหรือไม่ ซึ่งหลังจากที่บังคับใช้กฎหมายจนครบ90วันแล้วทางเจ้าหน้าที่ก็จะเก็บสถิติ และข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์ และประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของสังคมออนไลน์และเพจเฟซบุ๊กต่างๆที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งไม่เห็นด้วย และจะมีการรวมตัวชุมนุมไปยื่นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ก็สามารถทำได้ เพราะบ้านเมืองเราก็ต้องช่วยกันดูแล ซึ่งตนก็ยินดีรับฟังความคิดเห็นจาหลายๆฝ่าย แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาข้อกฎหมาย


