วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุยจับผับดังย่านฝั่งธนฯ พบฉี่ม่วง-ยาเสพติดอื้อ

ฝ่ายปกครองลุยจับผับดังย่านฝั่งธนฯ เปิดเกินเวลาตรวจพบฉี่ม่วง-ยาเสพติดอื้อ ซ่อนเตาบารากุจำนวนมากไว้ในป่ากล้วยหลังร้าน ชงตร.สั่งปิดยาว 5 ปี

เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 2 เมษายน ศาสตจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผอ.สำนักการสอบสวนและนิติการ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับและตรวจสอบ (สน.สก.) และ นายกองโทวรยุทธ เนาวรัตน์ ผอ.สำนักกองอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ร่วมกันนำกำลังเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยสมาชิก อส. กองร้อยปฏิบัติการพิเศษเจ้าหน้าที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมควบคุมโรค จำนวนกว่า 100 นาย ในนามชุดเฉพาะกิจดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 22/2558 เข้าตรวจสอบสถานบันเทิง แห่งหนึ่ง แขวงบางด้วง เขตภาษีเจริญ กทม.

ร้านดังกล่าวเปิดเป็นสถานบันเทิงยามค่ำคืน ลักษณะอาคารสูง 2 ชั้น ตั้งในเนื้อที่กว่า 100 ตารางวา เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าภายในร้านยังเปิดเครื่องเสียงส่งเสียงดังให้บริการอยู่ มีวัยรุ่นกว่า 500 คน กำลังเมาสุราและเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงสั่งปิดเครื่องเสียง พร้อมเปิดไฟ แล้วให้นักท่องเที่ยวอยู่ในความสงบ ก่อนเริ่มทำการตรวจสอบพบว่าไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ ซึ่งมีเพียงใบอนุญาตจำหน่ายสุราและยาสูบเท่านั้น อีกทั้งยังมีการจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด (00.00 น.) อีกด้วย โดยมีนายทองเสาว์ บุญล้ำ รับเป็นผู้จัดการดูแลร้านแห่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบสารสีขาว น่าเชื่อว่าเป็นยาเสพติด ชนิดยาเค จำนวน 3 ห่อ บรรจุอยู่ในธนบัตรฉบับละ 20 บาท ที่ม้วนไว้ จำนวน 2 ฉบับ ขณะเดียวกันยังพบในซองพลาสติกอีก 1 ห่อ จากนั้นทำการตรวจปัสสาวะนักท่องราตรีเพื่อหาสารเสพติดในร่างกายทั้งหมด พบว่ามี จำนวน 3 คน ที่มีสารเสพติดในร่างกายชนิดแอมเฟตามีน เป็นชาย 1 ราย เป็นหญิง 1 ราย และชนิดกัญชาเป็นชายอีก 1 ราย รวมทั้งพบว่ามีพนักงานที่อายุต่ำกว่า 15 ปีด้วย 1 ราย มีนักท่องเที่ยวไม่พกบัตรประชาชน อีก 6 ราย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการซุกซ่อนเตาบารากุจำนวนมากไว้ในป่ากล้วยด้านหลังร้าน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมบิลใบเสร็จระบุเวลาจ่ายค่าบริการ พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิด ไว้เป็นหลักฐาน

ศาสตจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ เปิดเผยว่า วันนี้(2 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานบริการหรือสถานประกอบการที่ดำเนินกิจการคล้ายสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามข้อสั่งการของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้รับผิดชอบดำเนินนโยบายตามคำสั่ง หน.คสช. ที่ 22/2558 ที่กำชับให้มีการตรวจตราและจับกุมผู้ประกอบการ ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว โดยร้านแห่งนี้มีการจำหน่ายสุราเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือจำหน่ายสุรา หรือปล่อยปละละเลยให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาให้บริการ และเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ตั้งสถานบริการ โดยไม่ได้รับอนุญาต,ขายสุราเกินเวลากำหนด,ใช้แรงงานเด็ก โดยไม่ได้แจ้งแก่พนักงานตรวจแรงงาน” ก่อนควบคุมตัวผู้จัดการพร้อมผู้กระทำความผิดรายอื่นๆและของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีอำนาจ สั่งปิดสถานประกอบการดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 50 และคำสั่ง หน.คสช. ที่ 22/2558 ต่อไป