“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย
ยังไม่บอก 11 ตัวจริงที่จะใช้ส่งลงสนามพบ อิรัก ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย วันที่ 24 มี.ค.นี้ เพราะอยากดูฟอร์มจากการฝึกซ้อมอีกครั้ง ว่าใครเล่นได้ตามแท็คติกที่ต้องการ พร้อมเปิดเผยว่าไม่หวั่นแฟนบอล อิรัก ที่อาจตามมาเชียร์ถึงขอบสนามร่วม 5 พันคน
ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดเตรียมลงเตะฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่ม เอฟ นัดสุดท้าย วันที่ 24 มีนาคมนี้ พบ อิรัก ที่สนามเป็นกลาง ปาซ กาห์วามิน สเตเดี้ยม หรือ ซาฮิด ดาซท์เกอร์ดี สเตเดี้ยม กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง one 31
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา รัศมี จิตต์ธรรม เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ได้เปิดสถานฑูตเพื่อเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับ ทีมชาติไทย จากนั้นช่วงเย็นทัพนักเตะ “ช้างศึก” ได้เดินทางไปฝึกซ้อมที่สนามราห์ อาฮาน โดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย ยังคงเน้นแท็คติกและการเข้าทำเป็นหลัก ก่อนเปิดเผยว่าสภาพทีมตอนนี้ทุกคนพร้อมเต็มที่ แต่ตนยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ 11 ตัวจริงที่จะส่งลงสนามพบ อิรัก
“นักเตะทุกคนมีความตั้งใจและพยายามฝึกซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อโอกาสลงสนามเป็นตัวจริง ดังนั้นจึงยังบอกไม่ได้ว่าจะส่งใครลงสนามบ้างเพราะอยากดูการฝึกซ้อมอีกครั้งใน 1-2 วันนี้ เพื่อดูว่าใครเล่นเข้ากับระบบได้ดีกว่ากัน ทำให้ 11 คนแรกยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีใครบ้าง”
“ซิโก้” กล่าวต่ออีกว่าบรรยากาศในสนามวันแข่งขันแม้อาจจะมีแฟนบอล อิรัก เข้ามาเชียร์ในสนามมากกว่าแฟนบอลไทย แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลมากนักเนื่องจากการเล่นในสนามเป็นกลาง จะมีสภาวะความกดดันที่แตกต่างจากการเล่นในบ้านของตัวเองจริงๆ
“เกมนี้เล่นที่สนามเป็นกลางในประเทศอิหร่าน แม้ว่าการเดินทางของชาวอิรักจะใกล้กว่าการเดินทางของแฟนบอลไทย แต่ผมมองว่าแรงกดดันจากแฟนบอลก็คงไม่มากเท่ากับการได้เล่นในบ้านจริงๆ เหมือนที่เกมแรกเราได้เล่นในสนามราชมังคลาฯ ก็ได้เสียงเชียร์จากแฟนบอลจนสามารถไล่ตามตีเสมอได้ ซึ่งเชื่อว่านักเตะทุกคนจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากรอบสนามเท่าไหร่นัก”
ทั้งนี้ มีรายงานว่าแฟนบอล อิรัก เตรียมเดินทางมาเชียร์ชาติของตัวเองถึงสนามซาฮิด ดาซท์เกอร์ ประมาณ 2,500 - 5,000 คน เพื่อต้องการกดดัน ทีมไทย อีกทั้งระยะเวลาในการเดินทางจาก อิรัก มา อิหร่าน ใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น
สำหรับ ทีมชาติไทย เป็นจ่าฝูงของกลุ่ม เอฟ แข่ง 5 นัด มี 13 คะแนน ส่วน อิรัก อันดับ 2 แข่ง 4 นัด มี 8 คะแนน ซึ่ง ไทย ขอเพียงผลเสมอก็จะเข้ารอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่ม โดยเจอกันมาในนัดแรก ไทย เปิดราชมังคลากีฬาสถาน เสมอ อิรัก 2-2 โดยที่ อิรัก นำห่างถึง 2-0 แต่ ไทย ได้ 2 ลูกรวดจาก ธีราทร บุญมาทัน และมงคล ทศไกร





