“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เต็ง 1 ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
ต้องพบกับ “ตราหมี” แอต.มาดริด ทีมจากชาติเดียวกันในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด งานเบาพบ “หมาป่า” โวล์ฟสบวร์ก ส่วน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี มีลุ้นไปต่อพบ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ขณะที่ลูกหนังยูโรปา ลีก เจอร์เกน คลอปป์ เจอทีมเก่า หลัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จับเจอ “เสือเหลือ” ดอร์ทมุนด์
การจับฉลากประกบคู่ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เมืองนียงประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม เป็นการประกบคู่กันโดยที่ไม่มีทีมวาง หรือห้ามทีมจากชาติเดียวกันมาพบกัน ซึ่งทั้ง 8 ทีมประกอบไปด้วย บาร์เซโลนา, รีล มาดริด และ แอต.มาดริด จากสเปน, บาเยิร์น กับ โวล์ฟสบวร์ก จากเยอรมนี, แมนฯซิตี จากอังกฤษ, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากฝรั่งเศส และ เบนฟิกา จากโปรตุเกส
ในการจับฉลากเป็น จิอันลูกา ซามบรอตตา อดีตนักเตะของยูเวนตุสเป็นคนจับทุกคู่ ผลปรากฏว่าคู่แรกเป็นการพบกันของ “หมาป่า” โวล์ฟสบวร์ก เยอรมนี กับ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด จากสเปนตามด้วยคู่ของ “เสือใต้” บาเยิร์น แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี กับ “เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิกา จากโปรตุเกส และเป็นการพบกันของ 2 ทีมจากสเปนคือ “บาร์ซ่า” บาร์เซโลนา ทีมเต็ง 1 กับ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ก่อนจะคู่สุดท้ายจากเป็น “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากฝรั่งเศส กับ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี จากอังกฤษ
การแข่งขันในรอบนี้ทีมที่มีชื่อขึ้นต้นจะได้เป็นเจ้าบ้านก่อนในวันที่ 5 กับ 6 เมษายน และนัดที่สองวันที่ 12 กับ 13 เมษายน
ด้านการแข่งขันยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่สองวันที่ 17 มี.ค. คู่เอกอยู่ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ที่เปิดบ้านทำศึกแดงเดือดกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล หลังจากเกมนัดแรก ลิเวอร์พูล ชนะมาก่อน 2-0
เกมนี้ แมนฯยูไนเต็ด เริ่มเกมได้ดีได้ประตูออกนำจากจุดโทษของ อองโตนี มาร์กซิยัล นาทีที่ 32 แต่สุดท้าย ลิเวอร์พูล ตีเสมอได้จาก ฟิลิปเป คูตินโญ นาทีที่ 45 ทำให้จบเกมเสมอกันไป 1-1 และ ลิเวอร์พูล เข้ารอบด้วยประตูรวม 3-1
ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ไม่สามารถพลิกสถานการณ์จากความพ่ายแพ้ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ 0-3 ในนัดแรกได้ เปิดไวท์ ฮาร์ท เลน แพ้ ไปอีกนัดด้วยสกอร์ 1-2 เป็นทีมเยือนนำก่อน 2-0 จาก ปิแอร์ โอบาเมยัง นาทีที่ 24 กับ 71 ก่อน ซอน เฮือน มิน ตีไข่แตกให้เจ้าถิ่นนาทีที่ 74
สำหรับผลคคู่อื่น เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) เสมอ บียาร์รีล (สเปน) 0-0 บียาร์รีล (ชนะ 2-0), บาเลนเซีย (สเปน) ชนะ แอธเลติก บิลเบา (สเปน) 2-1 (รวมเสมอ 2-2 บิลเบา เข้ารอบด้วยกฏประตูทีมเยือน), ลาซิโอ (อิตาลี) แพ้ สปาร์ตา ปราก (เช็ก) 0-3 (สปาร์ตา ปราก ชนะ 4-1), บรากา (โปรตุเกส) ชนะ เฟเนร์บาห์เช (ตุรกี) 4-1 (บรากา ชนะ 4-2), อันเดอร์เลทช์ (เบลเยียม) แพ้ ชัคเตอร์ โดเนตส์ค (ยูเครน) 0-1 (ชัคเตอร์ ชนะ 4-1) และ เซบีญา (สเปน) ชนะ บาเซิล (สวิตเซอร์แลนด์) 3-0 (เซบีญา ชนะ 3-0)
ส่วนการจับสลากประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย บรากา พบ ชัคเตอร์, บีญารีล พบ สปาตาร์ ปราก, แอธเลติก บิลเบา พบ เซบีญา และ ดอร์ทมุนด์ พบ ลิเวอร์พูล ทีมชื่อขึ้นก่อนเป็นเจ้าบ้านก่อน นัดแรก เตะวันที่ 7 เม.ย. นัดที่ 2 วันที่ 14 เม.ย.
จากการจับสลาก ทำให้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือลิเวอร์พูล จะได้กลับไปพบกับทีมเก่าที่เพิ่งอำลามาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยทั้ง ลิเวอร์พูล กับ ดอร์ทมุนด์ เคยเจอกันสำหรับฟุตบอลสโมสรยุโปร 3 นัด ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อปี 2001-02 นัดแรกเสมอกันเสมอกัน 0-0 ที่เยอรมนี ก่อนที่ ลิเวอร์พูล ชนะ 20 ที่แอนฟิลด์ ส่วนอีกนัดเป็นรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1966 ดอร์ทมุนด์ ชนะ 2-1





