ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา
“จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี ชวดเก็บชัยในรังตัวเอง ด้ายการทำได้เพียงเปิดถิ่นคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม เสมอ “เดอะแบกกีส์” เวสต์บรอมวิช 2-2 โดยทีมเยือนขึ้นนำไปก่อนจาก ซาโลมอน รอนดอน นาที 11 แม้เจ้าถิ่นจะยิงแซง 2 ลูกจาก แดนนี ดริงค์วอเตอร์ นาที 31 และแอนดี คิง นาที 45 แต่ทีมเยือนตามทวงคืนได้จาก เครก การ์ดเนอร์ นาที 50 ทำให้ เลสเตอร์ ยังรั้งจ่าฝูงต่อไป แข่ง 28 นัด มี 57 แต้ม นำหน้า “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ที่แข่งน้อยกว่าหนึ่งเกมเพียง 3 แต้ม ส่วน เวสต์บรอมวิช อยู่อันดับ 13 แข่ง 28 นัด มี 36 แต้ม
หลังจบเกม เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือเลสเตอร์ พอใจผลงานของลูกทีมที่เล่นกันได้ดีแล้ว แต่ขาดเพียงแค่เรื่องของโชค จึงไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ และยืนยันว่า เลสเตอร์ ยังคงพร้อมสู้ต่อไปจนถึงนัดสุดท้าย เพื่อรักษาโอกาสลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาลนี้
ขณะที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี คว้าชัยเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน หลังบุกไปเฉือน “นกขมิ้น” นอริช ที่แคร์โรว์ โรด 2-1 โดยทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน 2 ลูกจาก เคเนดี ตั้งแต่วินาที 39 ซึ่งเป็นสถิติยิงเร็วที่สุดในฤดูกาลนี้ และ ดิเอโก คอสตา นาที 45 ส่วนเจ้าถิ่นตีไข่แตกได้จาก นาธาน เรดมอนด์ นาที 68 ทำให้ เชลซี ไม่พบความพ่ายแพ้ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาแล้วถึง 12 นัด และขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 8 แข่ง 28 นัด มี 39 แต้ม ด้าน นอริช ร่วงลงไปในโซนตกชั้นอยู่อันดับ 18 แข่ง 28 นัด มี 18 แต้ม
หลังจบเกม กุส ฮิดดิงค์ นายใหญ่เชลซี ไม่พอใจนักเตะที่ฟอร์มแผ่วในช่วงครึ่งหลัง แม้จะได้ประตูขึ้นนำในช่วงครึ่งแรกไปก่อน 2-0 แต่กว่าคว้าชัยชนะได้ก็ต้องออกแรงลุ้นเหนื่อยจนถึงช่วงท้ายเกม นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายใหม่หวังพาทีมทำอันดับให้ได้สูงๆ เพื่อคว้าโควต้าไปเล่นในศึกฟุตบอลสโมสรสักหนึ่งรายการ หลังจากที่คว้าชัยได้แบบต่อเนื่อง และทำอันดับหลุดจากโซนท้ายตารางที่ต้องหนีการตกชั้นได้แล้ว
ส่วนผลคู่อื่น บอร์นมัธ ชนะ เซาแธมป์ตัน 2-0, แอสตัน วิลลา แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-3, ซันเดอร์แลนด์ เสมอ คริสตัล พาเลซ 2-2


