อธิการบดีม.เอแบค ตั้งเป้า 6 เดือน แก้ปัญหาทุกอย่างได้ เสนอคกก.ควบคุม คืนอำนาจแก่ผู้ขอใบอนุญาติจัดตั้ง
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ม.เอแบค) วิทยาเขตสุวรรณภูมิ ดร.ธนู กุลชล ผู้ปฎิบัติหน้าที่อธิการบดีม.เอแบค กล่าวชี้แจงการเข้าปฎิบัติหน้าที่อธิการบดี ว่า ตนได้เข้ามาทำหน้าที่ตามคำสั่งของคณะกรรมการควบคุมม.เอแบค ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 15 ก.พ.2559 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินการใน 3 ภารกิจหลัก คือ 1. เรื่องการบริหารงานของม.เอแบตให่สามารถดำเนินการได้ต่อไปตามปกติ เนื่องจากตั้งแต่เกิดความขัดแย้งของสภามหาวิทยาลัยทำให้ธนาคารไม่สามารถอนุมัติเงินในการดำเนินกิจการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น การจ่ายเงินเดือนบุคลากร เป็นต้น เพราะธนาคารไม่มั่นใจว่าใครเป็นผู้บริหาร และมีอำนาจในการอนุมัติเบิกจ่ายได้ แต่ขณะนี้ตนได้เข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวเรียบร้อย
2.การดำเนินการให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสภามหาวิทยาลัยชุดเก่าคลี่คลายและจบลงด้วยดี ซึ่งเรื่องนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการกลางเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ได้แก โครงการเครื่องบินฝึกจำลอง การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี การจัดทำงบดุล เรื่องการบริหารงานของ ABAC POLL และเรื่องที่ดิน บริเวณรอบม.เอแบค วิทยาเขตสุวรรณภูมิ โดยในการตั้งคณะกรรมการกลางนั้น คณะกรรมการควบคุมม.เอแบค จะเป็นผู้แต่งตั้ง โดยจะมีการหารือในวันที่ 23 ก.พ.นี้ ที่ม.เอแบค หัวหมาก ทั้งนี้ ตนได้ขอให้มีตัวแทนจากภราดาที่ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อยู่ในคณะกรรมการด้วย และขอให้นำรายชื่อของคณะกรรมการที่จะแต่งตั้งมาให้ทั้ง 2 ฝ่าย ที่มีความขัดแย้งได้พิจารณาก่อน เพื่อให้เกิดความเชื่อใจและเป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่าย อีกทั้งเมื่อผลการตรวจสอบออกมาจะได้ไม่มีข้อโต้แย้งว่าไม่มีความเป็นกลาง ไม่โปร่งใส โดยเบื้องต้นได้กำหนดกรอบระยะเวลาการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่เกิน 3 เดือน
3.การพิจารณาปรับปรุง กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิ์มากขึ้น โดยตนได้แต่งตั้งให้นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ มาเป็นรองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ในการดูแลเรื่องนี้ เพราะนายอภิมุข เคยเป็นรองเลขาธิการกฤษฎีกา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และเคยทำหน้าที่ฝ่ายกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จึงมั่นใจได้ว่า การพิจารณาปรับปรุง กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ มีความสมบูรณ์ ชัดเจน เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการในอนาคตอย่างมั่นคง ไม่มีปัญหาการตีความทางข้อกฎหมายอย่างที่ผ่านมาอีก ขณะเดียวกัน ในการบริหารของตนนั้น หากมีเรื่องอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้มหาวิทยาลัยเกิดสิ่งดีในอนาคตก็จะดำเนินการต่อไป
“ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่ม.เอแบค ผมได้รับการต้อนรับดีเกินความคาดหมาย ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดี อีกทั้งก่อนที่ผมจะรับตำแหน่งก็ได้มีการไปพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่ายที่มีความขัดแย้ง ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย ยินดีที่ผมจะมารับหน้าที่นี้ และพร้อมให้ความร่วมมือในทุกเรื่อง เพราะทั้ง 2 ฝ่ายรักและหวังดีต่อม.เอแบค และอยากให้มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจมีมุมมอง แง่คิดคนละมุมและจูนกันไม่ทำ ซึ่งผมเข้ามาเป็นคนกลางและจะจูนทั้ง 2 ฝ่ายได้ อย่างไรก็ตาม การทำงานครั้งนี้ ผมไม่มีความกัดดัน และตั้งเป้าว่าจะพยายามใช้เวลาในการแก้ปัญหาต่างภายในม.อแบคให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน เพราะม.เอแบคไม่ได้มีปัญหาเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน ยิ่งล่าช้าก็จะยิ่งส่งผลเสียและความเชื่อมั่นของมหาวิทยาลัย แต่ทั้งนี้ หากมีปัญหาอย่างอื่นเข้ามาแทรกแซงในระหว่างการแก้ปัญหาก็อาจจะยืดระยะเวลาต่อไป แต่ถ้าแก้ปัญหาทุกอย่างได้ก็จะแจ้งให้คณะกรรมการควบคุมม.เอแบคคืนอำนาจให้ผู้รับใบอนุญาตต่อไป”ดร.ธนู กล่าวในที่สุด




