วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปืนใช้ชุดเก่งบดจิ้งจอก ชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีก

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ยังใช้ทีมชุดเก่ง

ที่เพิ่งกลับมาชนะในลีกนัดแรกในรอบ 5 นัดเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ จ่าฝูงในวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. ขณะที่ทีมเยือนไม่ปรับทีมจากชุดบุกชนะ แมนฯ ซิตี ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ลุ้น แวงซองต์ กอมปานี คืนทัพทำศึกนัดสำคัญกับ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ด้าน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อาจจะส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงเป็นหัวหอกตัวจริง ในเกมบุกบ้าน “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลล่า 

ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ มีศึกบิ๊กแมทช์ที่สนามเอมิเรตส์ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ที่มี 48 แต้มจาก 25 นัด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ จ่าฝูงที่มี 53 แต้ม ในเวลา 19.00 น. โดยแม้ว่าทั้งสองทีมจะห่างกันอยู่ 5 แต้ม แต่หากว่าอาร์เซนอลชนะในเกมนี้ การลุ้นแชมป์จะกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง

อาร์แซน เวนเกอร์ น่าจะมีการปรับทีมจากชุดที่บุกไปชนะ บอร์นมัธ 2-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 5 นัดในลีกของทีม โดยแนวรับยังคงใช้ กาเบรียล เปาลิสตา ยืนเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ โลรองต์ กอสเซลนี ทำให้ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ยังน่าจะต้องเป็นตัวสำรองไปก่อน ขณะที่ฟูลแบ็กไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็น เอคตอร์ เบเญลิน กับ นาโช มอนเรียล

แดนกลาง เวนเกอร์ จะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะให้ใครลงมาคู่กับ แอรอน แรมซีย์ หลังจากที่ ฟรานซิส โกเกแลง เรียกความฟิตกลับมาได้เต็มที่แล้ว ทำให้ มาติเยอ ฟลามินี อาจจะหลุดเป็นตัวสำรอง ขณะที่แนวรุกไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้ เมซุต โอซิล, อเลกซ์ แชมเบอร์เลน และอเลกซิส ซานเชซ เล่นร่วมกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ หัวหอก

ฝั่ง เลสเตอร์ จะใช้ทีมชุดที่บุกไปชนะ แมนฯ ซิตี ในเกมที่แล้วลงสนามทั้งชุด โดย เคลาดิโอ รานิเอรี ยังไปเยือนด้วยความหวังที่จะเก็บ 3 แต้มเต็มเหมือนเดิม แนวรับมี เวส มอร์แกน กัปตันทีมยืนคู่กับ โรเบิร์ต ฮูธ ที่ทำคนเดียว 2 ประตูในเกมล่าสุด

แดนกลางใช้ เอ็นโกโล คานเต คุมพื้นที่ร่วมกับ แดนนี ดริงวอเตอร์ และเกมรุกมีทั้ง มาร์ค อัลไบรตัน, ริยาด มาห์เรซ, ชินจิ โอคาซากิ และ เจมี วาร์ดี

ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 4 ที่มี 47 แต้ม จะเปิดบ้านพบกับ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ที่มี 48 แต้ม ในเวลา 21.00 น. เป็นการแย่งแต้มกันเพื่อลุ้นแชมป์ต่อไป ซึ่งก่อนเกมนี้ มานูเอล เปเยกรินี มีข่าวดีเมื่อ แวงซองต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมที่เจ็บไปนาน กลับมาซ้อมได้เต็มที่แล้ว และมีโอกาสผ่านการทดสอบความฟิตลงสนามในเกมนี้

กอมปานี มีโอกาสกลับมายืนคู่กับ นิโคลัส ออตตาเมนดี เนื่องจาก เอเลียควิม มองกาลา ยังเจ็บ ขณะที่แดนกลาง แฟร์นันโด มีโอกาสเบียด ฟาเบียน เดลพ์ เป็นตัวสำรองมายืนคู่กับ แฟร์นันดินโญ แต่เกมรุกไม่มี ดาวิด ซิลบา, เฆซุส นาบาส และเควิน เดอ บรอยน์ ที่เจ็บไปพร้อมๆ กัน รวมทั้งต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ วิลเฟรด โบนี ทำให้ ยายา ตูเร ต้องทำเกมรุกร่วมกับ ราฮีม สเตอร์ลิง และส่งดาวรุ่งอย่าง เคเลชี อิเฮียนาโช ลงมาเป็นกองหน้าร่วมกับ เซร์คิโอ อาเกโร

ด้าน สเปอร์ส ที่กำลังฟอร์มดีชนะติดต่อกันมาแล้ว 6 นัดในทุกถ้วย และชนะในพรีเมียร์ลีกถึง 5 นัดติดต่อกัน กุนซือ เมาริซิโอ โปเชตติโน มีปัญหานักเตะเจ็บแค่ 2 ตำแหน่งคือ แยน แฟร์ทองเกน ในแนวรับ และคลินตัน เอ็นชี ในแนวรุกทำให้แนวรับจะเป็น เควิน วิมเมอร์ ที่เป็นเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ขณะที่แดนกลางยังเป็น มุสซา เดมเบเล คู่กับ เอริค ไดเออร์ และ เดล อาลี จะกลับมาเป็นตัวจริงในเกมรุกร่วมกับ คริสเตียน อีริคเซน และเอริค ลาเมลา ส่วนหัวหอกจะเป็น แฮร์รี เคน เหมือนเดิม

ส่วนเกมอีกคู่ในเวลา 23.05 น. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะออกไปเยือน “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา ทีมบ๊วย โดย เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือทีมเยือนอาจจะส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงเป็นหัวหอกตัวจริง แต่ยังไม่มี เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล และโจ อัลเลน ที่ยังเจ็บ ขณะที่เจ้าถิ่นต้องลุ้นทดสอบความฟิต คาร์ลอส ซานเชซ กับ รูดี เกสเทด สองกองกลางที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่า

ด้านความเคลื่อนไหวของ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากที่มีข่าวว่า จะปลด หลุยส์ ฟาน กัล หลังจบฤดูกาลนี้ แล้วแต่งตั้ง ชูเซ มูรินโญ อดีตผู้จัดการทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทำหน้าที่แทน โดยได้มีการตกลงเรื่องสัญญาแล้วด้วย ซึ่งโค้ชชาวดัตช์ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกเหมือนกับการถูกทรยศจากสโมสร

“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงผิดหวังนั่นคือสิ่งที่ผมพูดได้เลย แต่ในโลกของฟุตบอลแล้วมันเป็นไปได้ ผมรู้แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมมีความสัมพันธ์กับ เอ็ด วูดเวิร์ด และพวกเกลเซอร์ และผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเขาควรบอกผม แต่ผมไม่คิดว่าผมต้องถามพวกเขา ไม่มีทาง”

ส่วนเรื่องการลุ้นติดอันดับ 1 ใน 4 ของพรีเมียร์ลีก ซึ่งคาดกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องชนะให้ได้อย่างน้อย 10 นัด จาก 13 นัดที่เหลือ เพื่อความแน่นอนนั้น  ฟาน กัล ยังเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ เพราะลูกทีมเคยผ่านความกดดันกันมามากมายและจะมุ่งสมาธิไปที่ผลงานของตัวเองเท่านั้น และจะไม่ไปสนใจผลงานของคู่แข่งทีมอื่นๆ ที่ได้เปรียบอยู่

“เราไม่ต้องดูคู่แข่งของพวกเรา คุณต้องชนะในเกมของตัวคุณเองก่อน แต่เรารู้ว่าพวกเขาต้องพบกันเอง ดังนั้นมั่นใจได้ว่าจะมีคู่แข่งที่แต้มหลุดไป แต่เราต้องชนะเก็บแต้มของพวกเราให้ได้ก่อน เราแสดงให้เห็นว่าความมั่นใจของพวกเรากลับมาอีกครั้ง และเรากล้าที่จะเล่น เมื่อเรากล้าเล่นเราก็เป็นทีมที่ดี และตอนนี้ผมมั่นใจมากเพราะเรากำลังเล่นกันได้อย่างเฉียบคม ในฟอร์มที่ดีและเรายิงประตูได้”

“แต่นอกจากนี้เมื่อคุณมีผู้เล่นบาดเจ็บมันไม่ง่ายที่จะเก็บผลการแข่งขันได้อย่างสม่ำเสมอ แต่หลายๆ นัดที่ผ่านมาเราใช้ทีมชุดเดิมได้ ดังนั้นจึงมีความสม่ำเสมอ และตอนนี้เรามีสมดุลในทีม ในช่วงท้ายฤดูกาลความกดดันจะมากขึ้นสำหรับทุกทีม และคุณต้องจัดการกับความกดดัน แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คุ้นเคยในการจัดการกับความกดดันเป็นอย่างดี เราแพ้ 4 นัดรวดเมื่อเดือนธันวาคม แต่เมื่อคุณมองที่พวกเราเล่นในตอนนี้ คุณพูดได้ว่าเรามีจิตใจที่แข็งแกร่งและสามารถจัดการกับความกดดันได้”