นักศึกษามอ. ลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำแล้ว 2,367 คน อธิการบดีเรียกประชุมคณบดีทั้ง 5 วิทยาเขต วันที่ 2 ก.พ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลกระทบจากราคายางพาราที่ตกต่ำ จนส่งผลต่อการเรียกของนักศึกษาในสถาบันการศึกษา จากรายได้ของผู้ปกครองที่ลดลง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีนักศึกษากว่า 35,000 คนจาก 5 วิทยาเขต และที่สำคัญเป็นมหาวิทยาลัยที่บุตรหลานในภาคใต้เป็นหลัก ได้ทำการสำรวจข้อมูลนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้การช่วยเหลือในการประชุมคณบดีวันที่ 2 ก.พ.ที่จะถึง ตั้งแต่กลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยรายตัวเลขนักศึกษาที่ลงทะเบียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบราคายางพาราตกต่ำ ณ วันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 2,367 คน ประกอบด้วย วิทยาเขตหาดใหญ่ จำนวน 1,211 คน, วิทยาเขตปัตตานี จำนวน 803 คน, วิทยาเขตภูเก็ต 265 คน วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี 78 คน, และวิทยาเขตตรัง จำนวน 10 คน
รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลนักศึกษาที่ขอผ่อนผันค่าเล่าเรียน ซึ่งจะมาดูในรายละเอียดในการประชุมวันที่ 2 ก.พ. ก่อนจะกำหนดเป็นมาตรการออกมาหลังการประชุม
"คร่าวๆเด็กกลุ่มนี้เขาจะมีระดับความเดือดร้อนที่แตกต่างกันไป การช่วยก็มีตั้งการระดับความรุนแรงน้อยไปจนถึงความรุนแรงมาก เช่น อาจจะยกเว้นค่าหอพักให้ หรือจะยกเว้นค่าเล่าเรียน หรือถ้าได้รับความเดือดร้อนมากๆเช่นไม่มีค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่เราก็สนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่ากิน อยู่ด้วย"
รศ.ดร.ชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากการประชุมวันที่ 2 ก.พ.ก็อาจจะมีการสำรวจลงลึกในรายละเอียดอีกครั้งว่าคนที่เดือดร้อนจริงๆจากเรื่องยางพาราตกต่ำจริงจะมีเท่าไหร่และระดับของความเดือดร้อนเป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดในการช่วยเหลือ 3 เรื่องหลัก เช่น ยกเว้นค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่ากินอยู่ และหากจะต้องช่วยเหลือทั้ง 3 เรื่อง ทั้งค่าเทอม ค่าหอพัก และค่ากินอยู่ ก็อาจจะใช้วิธีการให้นักศึกษาทำงานแลกเปลี่ยน เช่นมาช่วยงานของทางมหาวิทยาลัยบางส่วน แต่การมาช่วยงานของมหาวิทยาลัยบางส่วนที่เขาจะต้องมาช่วยก็จะไม่ไปกระทบการเรียนของนักศึกษา สำหรับตัวเลขงบประมาณสำหรับให้การช่วยเหลือนักศึกษานั้น ทางมหาวิทยาลัยฯพยายามที่จะช่วยเหลือ นักศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อนทุกคนที่มีปัญหา ซึ่งจะต้องมีการคำนวนตัวเลขงบประมาณว่าจะต้องใช้เท่าไหร่ แล้วงบประมาณที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ ถ้างบประมาณที่มีอยู่ เช่นกองทุนต่างๆที่ดูแลนักศึกษาก็สามารถดำเนินการไปได้เลย แต่หากงบปะมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอก็อาจจะใช้วิธีการระดมทุน เช่น อาจจะขอสนับสนุนจากบรรดาศิษย์เก่า หรือภาคเอกชนที่มีความตั้งใจจะช่วยนักศึกษา
"แต่โดยหลักการจะช่วยเหลือทุกคนที่เดือดร้อนเพราะการช่วยเหลือนักศึกษาในลักณะแบบนี้ทางมหาวิทยาลัยฯเคยดำเนินการมาแล้วในช่วงที่เกิดเหตุ สึนามิ หรือน้ำท่วมหาดใหญ่ “การช่วยเหลือนักศึกษาในช่วงนั้นจะเป็นมาตรการระยะสั้น เช่น ยกเว้นค่าเล่าเรียน ยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษ แต่ตรงนั้นเป็นช่วงเวลาสั้น แต่วันนี้ระยะเวลาอาจจะยาวนานขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ราคายางในปีนี้ที่มีการคาดการณ์กันว่าราคายางพาราไม่น่าจะดี" อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าว


