ชาวประมงพื้นบ้านกว่า 200 คนรวมตัวเรียกร้องนายกฯ จี้ให้จดทะเบียนเรือพื้นบ้านขยายเขตการทำประมง ยกเลิกซื้อเรือประมงพาณิชย์ทำปะการังเทียม
ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ นายอาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักษ์เลกระบี่ พร้อมด้วยชาวประมงพื้นบ้านกว่า 200 คน ได้เดินทางรวมตัวและร่วมลงชื่อเพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาทบทวนมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวประมงพื้นบ้าน โดยมีนายแสน ศรีงาม ประมงจังหวัดกระบี่ ลงมารับเรื่องจากชาวประมงเพื่อเสนอผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณา
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของชาวประมงพื้นบ้าน ประกอบด้วย 1.ขอให้กรมเจ้าท่าพิจารณาการจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน เนื่องจากปรากฏว่ามีชาวประมงจำนวนมากที่ทะเบียนเรือขาดอายุเกิน 3 ปี ไม่สามารถต่อทะเบียนเรือได้ ทั้งๆที่เรือประมงพื้นบ้านเป็นเรือขนาดเล็ก ไม่ใช่เรือทำลายล้าง และทั้งหมดทำเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว จึงควรที่จะเปิดให้มีการขึ้นทะเบียนเรือให้ถูกต้อง 2.ยกเลิกมาตรา 34 พรบ.ประมง พ.ศ.2558 ที่กำหนดห้ามเรือประมงพื้นบ้านออกทะเลเกิน 3 ไมล์ แต่เปิดให้เรือประมงพาณิชย์ทำประมงได้ตั้งแต่ 3-200 ไมล์ทะเล ขณะที่เรือพื้นบ้านมีถึง 80 % ของเรือทั้งหมด ซึ่งจะเป็นการแย่งชิงทรัพยากรสัตว์น้ำ จึงขอให้ทบทวน และ 3.ขอให้ทบทวนการจัดซื้อเรือประมงพาณิชย์มาทำปะการังเทียม เพราะอาจมีการสวมสิทธินำเรือเก่ามาขาย และควรใช้แผนการทำปะการังเทียมของหน่วยงานต่างๆที่มีอยู่เพื่อให้มีส่วนร่วมของประชาชน
นายอาหลี กล่าวว่า ข้อเรียกร้องในวันนี้เพื่อปกป้องสิทธิของชาวประมงพื้นบ้านที่ออกทำประมงในทะเลมายาวนาน และไม่เป็นการทำประมงเชิงทำลายล้าง ประกอบกับเรือประมงพื้นบ้านมีมากถึง 80 % ของเรือทั้งหมดที่ออกทำประมงเพื่อเลี้ยงครอบครัว และแต่ละรายมีแค่บ้านละ 1-2 ลำ ขณะที่เรือประมงพาณิชย์นั้นมีแค่ 20 % และเป็นของคนแค่ไม่กี่รายเท่านั้น การทำให้เรือประมงพื้นบ้านถูกกฎหมาย จึงควรให้การสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ทำประมงได้เต็มที่ภายใต้เครื่องมือที่ไม่ทำลายล้าง


