“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ลุ้นทีเด็ด โรแบร์โต ฟีร์มิโน เปิดบ้านรับมือ
“ผีแดง” แมนฯยูไนเต็ด ที่มี เวย์น รูนีย์ นำทัพ ทำศึกแดงเดือด ลูกหนังพรีเมียร์ลีก คืนนี้ (17 ม.ค.) เผยสถิติทีมเยือนข่มมิด แถมชนะบุกมาชนะเมื่อปีก่อน ด้าน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล พร้อมเยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโตค ลุ้นเก็บชัยเพื่อกลับมารั้งจ่าฝูงต่อ
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคมนี้ มีแข่ง 2 คู่ โดยเริ่มที่เวลา 21.05 น. เป็นศึกแดงเดือดของ 2 ทีมคู่ปรับตลอดกาล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 9 แข่ง 21 นัด มี 31 แต้ม เปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 แข่ง 21 นัด มี 34 แต้ม
นัดนี้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือเจ้าถิ่น ที่เพิ่งผ่านเกมหนัก ด้วยการไล่ตีเสมอ อาร์เซนอล 3-3 มาเมื่อกลางสัปดาห์ หมดสิทธิใช้งานผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บหลายราย ไม่ว่า เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฟิลิปป์ คูตินโญ, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และ ดิวอค โอริกี น่าจะยังคงใช้ผู้เล่นจากนัดล่าสุดเป็นหลัก โดยเฉพาะในแนวรุก ที่น่าจะยังเป็น โรแบร์โต ฟีร์มีโน ที่ทำ 2 ประตูในเกมที่ผ่านมา ประสานกับ อดัม ลัลลานา และ จอร์ดอน ไอบ์ เหมือนเดิม ซึ่งจะทำให้ คริสเตียน เบนเตเก หัวหอกร่างยักษ์ ต้องเป็นตัวสำรองต่อไป ขณะที่แดนกลาง อาจปรับทัพเล็กน้อย ส่ง ลูคัส เลวา ลงมาทำเกมร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมและ เจมส์ มิลเนอร์ ส่วนแนวรับจะยังเป็น มามาดู ซาโก, โคโล ตูเร, อัลแบร์โต โมเรโน และ นาธานเนียล ไคลน์ เหมือนเดิม
ส่วนทีมปีศาจแดง ของ หลุยส์ ฟาน กัล ก็มีปัญหาบาดเจ็บไม่แพ้กัน โดยนอกจากพวกเจ็บยาวอย่าง ลุค ชอว์, มาร์กอส โรโฮ, อันโตนิโอ วาเลนเซีย แล้ว ยังจะไม่มี บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กับ ฟิล โจนส์ ที่ไม่หายบาดเจ็บ แต่จะได้ ไมเคิล คาร์ริค กลับมาประจำการอีกครั้ง ซึ่งน่าจะทำให้ มารูยาน เฟลไลนี หลุดไปเป็นตัวสำรอง ส่วนที่เหลือน่าจะใช้ชุดที่บุกเสมอ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล 3-3 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมี เวย์น รูนีย์ เป็นกองหน้า ร่วมกับ อองโตนี มาร์ซิยาล และ ฮวน มาตา ที่น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงแทน เจสซี ลินการ์ด ส่วนกองกลาง นอกจากคาร์ริค ก็จะมี มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน กับ อังเดร แฮร์เรรา และแนวหลังจะเป็น แอชลีย์ ยัง, คริส สมอลลิง, ดาลีย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน เช่นเดิม
สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีทั้งหมด 165 นัด ปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เหนือกว่าตามสถิติ ชนะ 66 เสมอ 44 แพ้ 55 ส่วนผลการเจอกันในรังแอนฟิลด์เมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่า “ปีศาจแดง” บุกเฉือนชนะ 2-1 ขณะที่ผลการพบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ แมนฯ ยู ก็ยังเอาชนะได้อีก 3-1
ส่วนอีกคู่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูง แข่ง 21 นัด มี 43 แต้ม จะออกไปเยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ทีมอันดับ 7 แข่ง 21 นัด มี 32 แต้ม ที่บริทานเนีย สเตเดี้ยม ในเวลา 23.15 น. นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมเยือนหวังคว้าชัยเพื่อเป็นทีมนำบนหัวตารางคะแนนต่อไป เพราะมีคะแนนเท่ากับ เลสเตอร์ ในช่วงก่อนเกมวันเสาร์ แต่มีผลต่างประตูได้เสียมากกว่าเพียง 3 ลูก แม้จะหมดสิทธิใช้งาน ซานติ กาซอร์ลา, ฟรองซิส โกเกอแลง, แจ็ค วิลเชียร์ และ แดนนี เวลเบ็ค แต่มีลุ้นได้ อเลกซิส ซานเชซ ฟิตกลับมาช่วยทีม ส่วนแข้งหลักรายอื่นๆ ยังใช้งานได้ทั้งหมด คาดว่า “ปืนใหญ่” จะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากนัดล่าสุดที่บุกเสมอ ลิเวอร์พูล 3-3 โดยแนวรุกยังคงเป็น 3 ประสาน ธีโอ วัลคอตต์, โจเอล แคมป์เบลล์ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขณะที่แข้งใหม่อย่าง โมฮาเมด เอลเนนี น่าจะเป็นตัวสำรอง
ฝั่งเจ้าบ้านของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส ยังคงไร้ เชฟ กิฟเวน, เจฟฟ์ คาเมรอน, มาร์ค มูเนียซา, สตีเฟน ไอร์แลนด์ และ เซอร์ดาน ชากิรี ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่มีลุ้นได้ ฟิล บาร์ดสลีย์ ที่เพิ่งหายเดี้ยงพร้อมเรียกความฟิตกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง คาดว่า สโตค อาจมีการปรับทัพจากนัดล่าสุดที่เฝ้ารังชนะ นอริช 3-1 ในบางตำแหน่ง โดยแนวรุกน่าจะให้ มาเม ดิยุฟ กลับมายืนล่าตาข่ายกับ โบยาน เคอร์คิช และ โจนาธาน วอลเตอร์ส ส่วนแดนกลาง ชาร์ลี อดัม พร้อมกลับคุมเกมร่วมกับ มาร์โก อาร์เนาโตวิช และ อิบราฮิม อเฟลลาย





