เครือข่ายสวนยางฯ นครพนม จ่อเคลื่อนไหว ยันถึงทางตัน เผยเดือดร้อนหนักรอบ 10 ปี เลิกจ้างแรงงาน
นายวิชิต สมรฤทธิ์ อายุ 56 ปี เกษตรกรสวนยางพารา ชาว อ.ศรีสงคราม จ.นคพรนม ในฐานะประธานเครือข่ายยางพาราภาคอีสาน เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งตนดูแลในเรื่องของการขับเคลื่อน รวมถึงการตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มรับซื้อยางพารา เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในพื้นที่ภาคอีสาน รวม 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นครพนม มุกดาหาร สกลนคร และกาฬสินธุ์ มีเกษตรกรในเครือข่ายมากกว่า 2 แสนรายมีพื้นที่ปลูกมากกว่า 4 แสนราย ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนักในรอบ 10 ปี จากปัญหาราคายางตกต่ำ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.นครพนม มีพื้นที่ปลูกที่ขึ้นทะเบียนมากกว่า 1 แสนไร่ เปิดกรีดแล้ว ประมาณ 90,000 ไร่ มากสุดคือ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มากกว่า 50,000 ไร่ รองลงมา คือ อ.นาแก จ.นครพนม ประมาณ 30,000 ไร่ โดยปกติทุกเดือนจะมีเงินหมุนเวียนสะพัดถึงเดือนละไม่ต่ำกว่า 50 ล้าน แต่ทุกวันนี้เหลือแค่เดือนละไม่กี่ล้านบาท
นายวิชิต กล่าวอีกว่า ปัจจุบันราคายางตกต่ำมาก ยางก้นถ้วยเหลือกิโลกรัมละประมาณ 12 บาท จากต้นทุนกิโลกรัมละประมาณ 30 บาท ส่วนยางแผ่นเหลือกิโลกรัมละประมาณ 30 บาท จากราคาต้นทุนกิโลกรัมละประมาณ 60 บาท ทำให้เกษตรกรบางรายต้องงดกรีด แต่บางรายยอมกรีดขายขาดทุน เพราะต้องการเงินหมุนเวียน และสิ่งที่ตามมาคือ ทุกวันนี้โรงงานรับซื้อขององค์การฯปิดรับซื้อแล้ว เพราะสต็อกล้นตลาดไม่มีที่ส่งออก ต้องอาศัยไปขายให้กับจุดรับซื้อเอกชน
อีกทั้งต้องถูกกดราคา ที่สำคัญตอนนี้แรงงานกรีดยางวันละหลาย 100 คน ถูกยกเลิกจ้าง ทำให้เกิดชะงักทุกด้าน ไม่มีเงินหมุนเวียน มีปัญหาภาระหนี้สิน หนี้ธนาคาร งวดรถ ไม่มีผ่อนชำระ ซึ่งล่าสุดจะได้มีการเรียกเครือข่ายสาวชวนยาง ประชุมหารือแก้ไชปัญหา หากทางรัฐบาลไม่ออกมาหาทางแก้ไขปัญหาจริงจัง ภายในสัปดาห์นี้จะมีการเคลื่อนไหวร่วมกับหลายจังหวัดอย่างแน่นอน จึงฝากรัฐบาลหาทางแก้ไขเร่งด่วน เพราะที่ผ่านมาเชื่อว่าปัญหามาจากรัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไข





