ลุยมาตรการเด็ดขาด กำหนดความสูงรถอ้อย

ลุยมาตรการเด็ดขาด กำหนดความสูงรถอ้อย

อุดรฯใช้มาตรการเด็ดขาดกำหนดความสูงคาน บังคับรถอ้อยหลังเกิดอุบัติเหตุบ่อย อ้อยหล่นเกลื่อนถนนจนกีดขวางจราจรมีผู้เสียชีวิตแล้ว5ราย บาดเจ็บอื้อ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มกราคม ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายสุชัย บุตรสาระ รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากรถบรรทุกอ้อย โดยมี นายนิติธร เพชรคูหา ขนส่งจังหวัดอุดรธานี , นายธนวรรนธ์ เลิศสุคนธ์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี , พ.ต.อ.ชัยพงษ์ ทรงพลนพจร รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกับตัวแทนสมาคมชาวไร่อ้อย 3 สมาคม ตัวแทนโรงงานน้ำตาล 4 แห่งในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม

นายนิติธร เพชรคูหา ขนส่งจังหวัดอุดรธานี กล่าวถึง อุดรธานีมีประกาศมาตรการบังคับรถบรรทุกอ้อย ตั้งแต่ปี 2557 ให้รถบรรทุกอ้อยต้องมีสายรัดขณะบรรทุกอ้อย , บรรทุกสูงไม่เกิน 4 เมตร , ไม่ให้อ้อยบานปิดท้ายบังสัญญาณไฟ , กรณีรถจอดบนไหล่ทาง หรือประสบอุบัติเหตุ ต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องโดยเร็ว และวางกรวยห่างท้ายรถ 15 เมตร , ให้ติดผ้าแดงอย่างน้อย 2 ผืนที่ท้ายรถ และกลางคืนติดไฟอย่างน้อย 3 ดวงให้มองเห็นในระยะ 50 เมตร แต่ที่ผ่านมาพบยังคงมีการฝ่าฝืน

ที่ประชุมรายงานว่า ตั้งแต่เปิดหีบอ้อยมาเมื่อ 1 ธันวาคม 58 จนถึงปัจจุบัน มีอุบัติเหตุรถอ้อยล้ม ทำอ้อยตกบนถนนมีรถชนซ้ำ และรถอ้อยจอดเสียถูกชนท้ายมากกว่า 17 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย บาดเจ็บ 7 ราย รถอ้อยที่ล้มขวางถนนทำให้ปิดถนนมิตรภาพรวม 53 ชม. 47 นาที และต้องปิดถนนวงแหวนอุดรธานี 3 ชม. โดยบนถนนมิตรภาพช่วงโค้งทมนางาม-บ้านไร่ อ.โนนสะอาด มีเหตุเกิดขึ้น 6 ครั้ง เป็นรถอ้อยไปส่งโรงงานใน จ.ขอนแก่น สาเหตุเกิดจากบรรทุกสูง และมือใหม่หัดขับ

ขนส่ง จ.อุดรธานี ระบุว่า ที่ผ่านมาสมาคมชาวไร่อ้อย และโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ จ.อุดรธานี ได้ปฏิบัติตามมาตรการด้วยดี แต่ก็ยังมีชาวไร่บางส่วนยังฝ่าฝืน รวมไปถึงรถอ้อยที่ไปส่งโรงงานที่ ขอนแก่น , กาฬสินธุ์ , หนองบัวลำภู และ เลย ฝ่าฝืนมาตรการ จึงเสนอทำมาตรการ “คานกำหนดความสูง” ติดตั้งไว้ทางเข้าโรงงาน โดยจังหวัดทางภาคเหนือ และภาคตะวันออก นำไปใช้เพื่อควบคุมความสูงแล้ว ควบคู่ไปกับมาตรการตรวจจับอย่างเข้มงวดกับรถทุกคัน

ขณะที่ตัวแทนสมาคมฯ และตัวแทนโรงงาน ยอมรับพร้อมจะปฏิบัติตาม หากจะมีการใช้กฎหมายมาบังคับ แต่ก็ต้องขอความเห็นใจ เพราะในปีนี้เกิดภัยแล้งน้ำฝนเฉลี่ยหายไป 300 มม. ทำให้อ้อยมีน้ำหนักเบากว่าเดิม , ค่าความหวานของอ้อยก็ลดลง และราคาอ้อยต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุน ชาวไร่มีสภาพขาดทุนอยู่แล้ว จึงต้องบรรทุกอ้อยสูงเกิน และหากกำหนดให้สร้างคาน ต้องพิจารณาด้วยว่า จะให้มีความสูงเท่าไหร่ , อ้อยไม่ผ่านคานจะทำอย่างไรก็อ้อยที่ไม่ผ่านคาน จะบริหารจัดการอย่างไร และหากบังคับใช้เฉพาะอุดรธานี จะทำให้อ้อยไหลไปยังโรงงานในจังหวัดข้างเคียง น่าจะเป็นมาตรการภาพรวม ซึ่งไม่น่าจะบังคับใช้ในฤดูนี้

นายสุชัย บุตรสาระ รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวสรุปว่า อยากจะนำมาตรการ “คานกำหนดความสูง” มาบังคับใช้ เพื่อให้เป็นภาพรวมของอ้อยอีสานตอนบน ขอให้อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ในฐานะคณะกรรมการระดับเขต ประสานนำเสนอเรื่องนี้ให้เขตพิจารณา หากไม่ทันในปีนี้ก็น่าจะทำในปีหน้า ขณะเดียวกันขอให้ทางสมาคมฯ และโรงงานฯ ประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ โดยขอความร่วมมือกับชาวไร่อ้อย และผู้ประกอบการขนส่ง ให้ปฏิบัติตามประกาศจังหวัดอย่างเคร่งครัด เพราะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ยังต้องกวดขันอยู่ เพื่อไม่ให้อุบัติเหตุจากรถอ้อยเกิดขึ้นอีก