วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

กกท.ขอ1.5พันล. สร้างศูนย์ฝึกกีฬา เน้นประเภทต่อสู้

กกท.ขอ1.5พันล. สร้างศูนย์ฝึกกีฬา เน้นประเภทต่อสู้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินหน้าโครงการ ศูนย์ฝึกนักกีฬาแห่งชาติ

 เริ่มของบประมาณปี 2561 ใช้เวลา 3 ปี 1,500 ล้านบาท ฝึกนักกีฬาแบบเข้มข้น โดยเฉพาะกีฬาต่อสู้ หวังแย่งเหรียญจากมหกรรมกีฬาระดับชาติให้มากขึ้น

“รองตูน” นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา เปิดเผยว่า โครงการศูนย์ฝึกนักกีฬาแห่งชาติ (เอ็นทีซี -National Training Center) นั้น กกท.ยังเดินหน้าต่อไป โดยมีแผนที่จะก่อสร้างขึ้นบริเวณศูนย์ฝึกกีฬาในร่มเดิม ติดกับ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา 25 ชั้น ภายใน กกท.หัวหมาก ซึ่งตามแผนนั้นจะเป็นอาคาร 8 ชั้น สำหรับแบ่งใช้ฝึกซ้อมนักกีฬาในร่มได้แทบทุกชนิด ทั้งกีฬาบุคคลและประเภททีม โดยจะมีการบริการนักกีฬาด้วย วิทยาศาสตร์การกีฬา ห้องพัก โภชนาการ ฯลฯ ซึ่งจะดูแลนักกีฬาอย่างครบวงจร

“กกท.จะดำเนินการเพื่อของบประมาณในปี 2561 เป็นต้นไป ซึ่งจากเดิมคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 900-1,000 ล้านบาทนั้น งบประมาณน่าจะบานปลายไปถึง 1,500 ล้านบาทแล้ว โดยจะของบประมาณ 3 ปี ปีละ 500 ล้านบาท ดำเนินการ 3 ปี ก็น่าจะแล้วเสร็จ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

รองผู้ว่าการ กกท.กล่าวอีกว่า ศูนย์ฝึกนักกีฬาแห่งชาตินั้นจะดูแลนักกีฬาอย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่ตนอยากเห็นมากที่สุดคือศูนย์ฝึกนักกีฬาประเภทต่อสู้ เนื่องจากการเก็บข้อมูลจากการแข่งขันมหกรรมกีฬานานาชาติที่ผ่านมา แต่ละรายการจะมีกีฬาต่อสู้ 7-8 ชนิด บรรจุชิงเหรียญทองรวมกันเกือบ 200 เหรียญ ยกตัวอย่างในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่ประเทศเกาหลีใต้ “อินชอนเกมส์” เมื่อปี 2014 อิหร่าน ซึ่งได้อันดับ 5 ทำได้ 21 เหรียญทอง มาจากกีฬาต่อสู้เป็นส่วนใหญ่คือ มวยปล้ำ 6 ทอง, เทควันโด 4 ทอง, คาราเต้-โด 3 ทอง, วูซู 1 ทอง รวม 14 ทอง ซึ่งเท่ากับไทย ที่ได้รวม 14 ทอง แต่มาจากกีฬาต่อสู้แค่ 2 ทองเท่านั้น คือ เทควันโด และมวยสากล

นายณัฐวุฒิ กล่าวในตอนท้ายว่า ตนได้หารือกับผู้แทนสมาคมเทควันโด และมวยสากลไปบ้างแล้วในการเตรียมตัวดังกล่าว เพื่อจะสรรหานักกีฬาและนำนักกีฬามาฝึกซ้อม เตรียมตัวอย่างเข้มข้น เนื่องจากกีฬาประเภทต่อสู้ คนไทยมีความสามารถมากและเป็นความหวังจนถึงระดับโอลิมปิกเกมส์