ความเคลื่อนไหวของการเลือกตั้งนายกฯ และสภากรรมการ สมาคมฟุตบอล
ที่คณะกรรมการกลาง ที่แต่งตั้งโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งมี “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ เป็นประธาน ได้กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 11 ก.พ. ซึ่งเป็นไปตามเส้นตายที่ฟีฟ่ากำหนด ให้ทุกอย่างได้ข้อสรุปภายในวันที่ 15 ก.พ. โดยในส่วนของการคัดเลือกตัวแทน 30 จาก 83 เสียงของสโมสรในลีกภูมิภาคนั้น ฟีฟ่าได้ออกมายืนยันว่าให้ทำการคัดเลือกใหม่ ตามที่คณะกรรมการกลางเสนอ โดยกำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 22 ม.ค.นี้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอรีน คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ได้ทำการประชุมหารือในเรื่องนี้ โดยมี นายวิมล กาญจนะ ประธานจัดฯ เป็นประธาน ซึ่งหลังการประชุม ได้มอบหมายได้ “ทนายโบ้” นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมกีฬาฟุตบอล เป็นผู้แถลงข่าว
นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการกลาง ได้หารือร่วมกับตัวแทนฟีฟ่า และเอเอฟซี และแถลงว่า ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ จะทำการเลือก 30 เสียง ตัวแทนลีกภูมิภาค ที่มีสิทธิ์เลือกนายกสมาคมลูกหนัง พร้อมระบุว่ากำหนดการเดิม 7 ม.ค. ไม่สามารถทำได้ เพราะสมาคมกีฬาฟุตบอลไม่ให้ความร่วมมือนั้น ก่อนอื่นขอชี้แจงว่า ไม่เคยขัดขวางการเลือกตั้ง 30 เสียง เพียงแต่ต้องการให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามระเบียบ
ส่วนกำหนดการใหม่ ที่คณะกรรมการกลาง บอกว่าจะดำเนินการจัดเลือก 30 เสียงเอง ในวันที่ 22 ม.ค. นั้น ต้องชี้แจงว่าลีกภูมิภาค 6 ทั้งภูมิภาค มีข้อบังคับของตัวเอง ที่มีสิทธิ์ดำเนินการเลือกตั้ง ดังนั้นหาก คณะกรรมการกลางจะจัดเลือกตั้ง 30 เสียงใหม่ ก็ควรให้คณะกรรมการลีกภูมิภาคแต่ละภาคได้ดำเนินการเอง หรือมีส่วนร่วมด้วย เพราะจะทราบดีว่า บุคคลใด มีสิทธิ์ในสโมสรต่างๆ รวมทั้งหากมีข้อพิพาทแย่งสิทธิ์กันในแต่ละสโมสร ประธานลีกภูมิภาคสามารถวินิจฉัยได้ตามจริง
“พวกเราไม่สามารถฟ้องศาลในประเทศได้ก็จริง เพราะวงการฟุตบอลไทยอาจโดนแบน แต่ฟีฟ่าเปิดช่องให้สามารถฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการ ศาลกีฬาโลกได้ ดังนั้นถ้าคณะกรรมการกลางดำเนินการใดๆ ที่ไม่ถูกต้อง เราก็คงต้องไปพึ่งศาลกีฬาโลก ส่วนที่ พล.ร.อ.สุรวุฒิ บอกว่า มีอำนาจปลดผู้ที่ขัดขวางการทำงานได้ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราสามารถไปพึ่งศาลได้อยู่แล้ว”





