รวบนนท.ชาวลัตเวีย พร้อมของกลางนาฬิกาหรูและกระเป๋ายี่ห้อดัง มูลค่ารวมกว่า 2.4 ล้านบาท ขโมยจากห้างดัง
ห้องประชุมชั้น 1 ที่ทำการตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต (ส.ทท.2กก.5บก.ทท.) พ.ต.อ.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผกก.5บก.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมคิด บุญรัตน์ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.พิสิษฐ์ ชื่นเพ็ชร รอง.ผกก.สส.สภ.วิชิต พ.ต.ท.มิลิน เพียรช่าง,พ.ต.ท.บัณฑิต ขาวสุธรรม และ พ.ต.ท.นิคม เทียนห้าว รอง ผกก.5บก.ทท. ว่าที่ พ.ต.ท.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ สว.ส.ทท.2กก.5บก.ทท. ร.ต.อ.เอกชัย ศิริ รองสว.ส.ทท.2และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม แถลงข่าวการจับกุมนาย Kristaps Kosogovaอายุ 29 ปี สัญชาติลัตเวีย (ประเทศใหม่ที่แยกมาจากประเทศรัสเซีย) พร้อมของกลาง นาฬิกายี่ห้อPIAGETจำนวน2เรือน มูลค่ากว่า2.4ล้านบาท และกระเป๋าสะพานของสตรี ยี่ห้อAIGNERจำนวน1ใบ ราคา 10,500 บาท รวมมูลค่ากว่า2,496,980บาท โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ของผู้อื่นหรือรับของโจร
พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเมื่อเวลา16.37น.วันที่ 3 มกราคม2559 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งร้านจำหน่ายนาฬิกาภายในห้างหรูแห่งหนึ่งในเขตตัวเมืองภูเก็ตว่า ได้มีคนร้ายเป็นชาวต่างชาติขโมยนาฬิกาและกระเป๋ายี่ห้อดังกล่าวไปจากร้าน จากนั้นตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตได้นำกำลังไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในร้านจำหน่ายนาฬิกาและภายในศูนย์การค้าดังกล่าว จนกระทั่งทราบว่าคนร้าย คือ นายKristaps Kosogovaอายุ29ปี สัญชาติ ลัตเวีย ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงนำกำลังไปตรวจสอบและเฝ้าดู พบนายKristaps Kosogovaกำลังถือกระเป๋าเดินทางเพื่อเตรียมตัวเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมที่พัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและขอตรวจค้น ปรากฏพบนาฬิกาทั้ง2เรือนและกระเป๋าซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางดังกล่าว สอบถามในชั้นจับกุมนายKristaps Kosogovaให้การยอมรับสารภาพว่าขโมยนาฬิกาและกระเป๋าดังกล่าวมาจากห้างดังกล่าวจริง จึงได้ทำการจับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวให้ทราบ จากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ว่าที่ พ.ต.ท.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ สว.ส.ทท.2กก.5บก.ทท. กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้ได้เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางเข้ามาในลักษณะของนักท่องเที่ยว และเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ไม่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงขโมยสินค้าดังกล่าว แต่เท่าที่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่า เขาเอามือไปดึงลิ้นชักที่ใส่นาฬิกาและปรากฏว่าไม่ได้ล็อคจึงหยิบออกมา เพราะก่อนหน้าที่จะหยิบนาฬิกาออกมาได้ เขาก็ได้ใช้วิธีการดังกล่าวกับตู้ใส่สินค้าชนิดอื่นแล้วแต่ปรากฏว่าปิดล็อคอยู่ ส่วนของกระเป๋านั้นทราบว่า ไม่ได้หยิบมาดูเหมือนจะซื้อ แต่ก็สะพานออกมาโดยไม่ได้จ่ายเงิน บอกว่าจะเอาไปให้แฟนสาว และไม่ทราบด้วยว่า ทั้งนาฬิกาและกระเป๋านั้นราคาเท่าใด


