วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คิดสู้จับตาย! สั่งล่า 'ตุ๊กเคลี๊ยะ' คดียิงตร.สาหัส

ผู้การฯชุมพร สั่งระดมจนท.ไล่ล่า "ตุ๊กเคลี๊ยะ" ชี้บุคคลอันตราย คดียิงดต.สายสืบอาการสาหัส หลังเข้าระงับเหตุวิวาทในคืนเคาน์ดาวน์

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด.32 ยิง ด.ต.พิจิตร ศรีเหมาะ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองชุมพร ถึง 9 นัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสในขณะเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทในช่วงคืนเคาน์ดาวน์ อีกทั้งคนร้ายยังใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่ศรีษะ ด.ต.พิจิตร อีก 2 นัด แต่กระสุนด้าน ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 4 ม.ค. พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้ขออนุมัติหมายจับคนร้ายรายนี้เพิ่มอีกหนึ่งคดี จากศาลจังหวัดชุมพร โดยคนร้ายคือ นายสมพร หรือ ตุ๊กเคลี๊ยะ หรือเล็ก สวัสชะ อยู่บ้านเลขที่ 151/1 หมู่ 5 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชุมพร เลขที่ 1/2559 ในข้อหา 1.พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน 2.ต่อสู้ขัดขวางการจับกุม 3.ลักทรัพย์โดยใช้อาวุธ พกพาอาวุธปืน ไปในที่สาธารณะ และข้อหาอื่นๆ อีกหลายข้อหา ในขณะนี้ได้ส่งกำลังตำรวจออกติดตามตลอดเวลา และจะต้องจับกุมตัวให้ได้ ถ้าคิดต่อสู้ขัดขืนก็ต้องถูกวิสามัญฆาตกรรม เพราะคนร้ายมีอาวุธปืน อีกทั้งยังกล้าลงมือยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พล.ต.ต.นรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับนายสมพร ผู้ต้องหารายนี้ ถือเป็นบุคคลอันตราย มีหมายจับอยู่ทั่ว จ.ชุมพร ประกอบด้วย 1.คดีพยายามฆ่า สภ.ท่าแซะ 2.คดีพยายามฆ่า สภ.เมืองชุมพร 3.คดีวางเพลิง สภ.หลังสวน และในครั้งนี้ได้ก่อคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ในท้องที่ สภ.เมืองชุมพร อีกคดีหนึ่ง ทั้งนี้ นายสมพร มักจะวนเวียนในบริเวณพื้นที่หมู่ 3 ต.วังใหม่ อ.เมืองชุมพร ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 20 กิโลเมตร โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมตรวจค้นอย่างละเอียดก็พบว่านายสมพร สามารถหลบหนีไปได้อีกครั้ง 

“ใครก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูงของนายสมพร ถ้าใครให้ที่พักพิงหลบซ่อนตัว ก็จะถูกตำรวจดำเนินคดีด้วย เพราะถือว่าเป็นคนให้การช่วยเหลือและสนับสนุนคนร้ายที่เป็นอันตรายกับสังคมอย่างมาก และถ้าท่านใดพบเห็น หรือรู้ว่านายสมพร หลบอยู่ที่ใด หรือพักอาศัยอยู่กับใคร ก็ขอความกรุณาท่านแจ้งเบาะแสได้ทุกสถานีตำรวจในชุมพร หรือโทร 191 ได้ตลอดเวลา และชื่อของผู้แจ้งตำรวจจะถูกปกปิดไว้เป็นความลับ” พล.ต.ต.นรินทร์ กล่าว