รอง ผบช.น.แถลง เข้มงวดจราจรช่วงเคาท์ดาวน์

รอง ผบช.น.แถลง เข้มงวดจราจรช่วงเคาท์ดาวน์

"พล.ต.ต.อดุลย์" แถลงจัดระเบียบการจราจรช่วงเคาท์ดาวน์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมเข้มงวดจราจร-ความปลอดภัย

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ดูและงานด้านการจราจร เปิดเผยถึงการจัดระเบียบการจราจรช่วงเคาท์ดาวน์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่จะถึงว่า ในช่วงวันที่ 25 ธ.ค. 2558 ถึง 3 ม.ค.2559 เป็นช่วงเทศกาลคริสมาสต์ และวันขึ้นปีใหม่ จะมีประชาชนกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ประกอบกับกรุงเทพมหานคร มีการจัดงาน เคาท์ดาวน์ ได้จัดพื้นที่ไว้ 11 จุด สถานที่สวดมนต์ข้ามปี 70 จุด รวมเป็น 81 จุด ทั้งนี้มีจุดเคาท์ดาวน์ที่สำคัญอยู่ 3 จุด คือ เซ็นทรัลเวิล์ด,เอเชียทีค และสวนนาคราภิรมย์ ชุมชนท่าเตียน จะมีประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมเคาท์ดาวน์เป็นจำนวนมากมโดยจะมีการจัดระเบียบการจราจรเพื่อให้สะดวกแก่การเดินทางคือ ที่เซ็นทรัลเวิล์ด จะปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 06.00น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ถึง เวลา 06.00น.ของวันที่ 1 ม.ค.2559 โดยจะปิดการจราจรบนถนนพระราม1 จั้งแต่แยกเฉลิมเผ่า ถึงแยกชิดลม และถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกราชดำริ ถึงแยกประตูน้ำ ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนด์ มีการจัดให้เดินรถทางเดียว บนถนนเจริญกรุง ตุ้งแต่แยกถนนตก ถึง แยกถนนจันท์ ตั้งแต่เวลา 17.00น. ของวันที่ 31 ธ.ค.2558 ถึงเวลา03.00น. ของวันที่ 1 ม.ค.2559 ที่สุดท้ายคือ สวนนาคราภิรมย์ ชุมชนท่าเตียน มีการจัดให้เดินรถทางเดียว บนถนนมหาราช ตั้งแต่แยกท้ายวัง ถึงท่าช้าง ตั้งแต่เวลา 17.00น. ของวันที่31 ธ.ค.2558 ถึง เวลา 02.00น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2559 ทั้งนี้ได้มีการจัดพื้นที่สนามหลวงสำหรับการสวดมนต์ข้ามปีนั้น มีการจัดการจราจรตามปกติ

นอกจากนี้สถานที่ 3 จุดสำคัญที่มีการจัดงานเคาท์ดาวน์ และสวนมนต์ข้ามปีนั้นทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ทำแผนรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกไว้เรียบร้อยแล้ว คือ 1.ได้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงระหว่างวันที่ 25-29 ธ.ค.2558 2.ป้องปรามอาชญากรรม ทั้งคดรประทุษร้ายเกี่ยวกับทรัพย์สิน ตามสถานีขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่มีการจัดกิจกรรม 3.กวดขันจับกุมผู้ที่เล่นดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด และปล่อยโคมลอย ในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่ิชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลอื่น 4.ให้ผู้กำกับการ ในทุกสถานีตำรวจ ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุม ดูแลพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด

ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรนั้นทาง กองบัญชาการตำรวจนครบาลยังได้สั่งการให้ทั้ง9กองบังคับการ ตั้งจุดบริการประชาชน ทั้งหมด 16 จุด จุดที่1 พื้นที่ สน.มักกะสัน บริเวณสวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมณ์ จุดที่2 พื้นที่ สน.บางซื่อ สถานีขนส่งหมอชิต จุดที่3 พื้นที่ สน.บางเขน วงเวียนบางเขน จุดที่4 พื้นที่ สน.ลำผักชี แยกมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ จุดที่ 5 แยกคลองเจ๊ก ถนนรามคำแหง จุดที่6 แยกนิด้า จุดที่7พื้นที่ สน.ประเวศ ถนนศรีนครินร์ขาออก จุดที่8 พื้นที่ สน.บางนา ถนนบางนา-ตราด ขาออก กม.4.5 จุดที่9 พื้นที่ สน.ปทุมวัน หัวลำโพง จุดที่10 พื้นที่ สน.ตลิ่งชัน สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ จุดที่ 11 พื้นที่ สน.ธรรมศาลา ปั๊มคาลเท็กซ์ ถนนบรมราชชนนี จุดที่12 พื้นที่ สน.บางมด จุดตรวจโพธิ์ทอง ถนนพระราม2 ขาออก จุดที่ 13พื้นที่ สน.แสมดำ ปั๊มเชลล์ ถนนพระราม2 กม.12 จุดที่ 14 พื้นที่ สน.ทางด่วน1 ปั๊ม ปตท.ทางลงด่วนสุขุมวิท 62 จุดที่15 พื้นที่ สน.ทางด่วน 2 ด่านประชาชื่น ขาออก และจุดสุดท้าย พื้นที่ สน.วิภาวดี ทางด่วนโทลเวย์ ดินแดง นอกจากนี้ยังจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกด้านการจราจรทั้งขาออกตั้งแต่วันที่ 29-31ธ.ค.2558และขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 3-4 ม.ค.2559 และมีการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวดในจุดต่างๆ จำนวน 101จุด ทั่งกรุงเทพฯ โดยเฉพาะตามสถานีขนส่งทุกแห่ง และวินรถตู้สาธารณะ

ทั้งนี้ ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล อยากขอความร่วมมือจากประชาชนในการดูแลความปลอดภัยแก่ตนเอง โดยไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับหรือของมีค่าราคาแพง ที่อาจจะก่อให้เกิดการฉกทรัพย์ ห้ามมิให้มีการยิงปืนขึ้นฟ้าในการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่โดยเด็ดขาด ตามสถานบันเทิงต่างๆห้ามมีการจุดพลุหรือดอกไม้ไฟเด็ดขาด แชเพราะอาจจะก่อให้เกิดไฟไหม้ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับหรือโดยสารรถ ร่วมถึงห้ามขายแอลกอฮอล์บนทาง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด