แบดผุดแผน'6789'ลุ้นคว้าเหรียญอลป.

แบดผุดแผน'6789'ลุ้นคว้าเหรียญอลป.

สมาคมลูกขนไก่ ถือปีทอง 2559 ผุดโปรเจค “6789” ลุ้นนักแบดมินตันไทย

สู้ศึกโอลิมปิก 2016 เตรียมระดมทุนสนับสนุนเต็มเหนี่ยวในทุกๆ ด้าน หวังหลอมนักกีฬาทุกสังกัดให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งเรื่องการซ้อม โภชนาการ วิทยาศาสตร์กีฬา ฯลฯ

“บิ๊กแป๊ะ” นายถิรชัย วุฒิธรรม เปิดเผยว่า ตามที่ตนเองได้รับแต่งตั้งจาก คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมแบดมินตัน ให้เป็นประธานคณะทำงานเตรียมความพร้อมของนักกีฬาแบดมินตันไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ช่วงกลางปีหน้า โดยให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ล่าสุดได้เริ่มมีการดำเนินการในโครงการดังกล่าวภายใต้รหัส “6789” ที่มาจาก 3 วาระใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือ 6 มาจาก ครบ 60 ปีที่สมาคมแบดมินตันอยู่ใต้พระบรมราชูปถัมภ์, 7 มาจากครบ 70 ปีการครองราชย์ และ 89 มาจากการมีพระชนมายุครบ 89 พรรษา ซึ่งถือเป็นปีทองอีกครั้งของชาวแบดมินตันและชาวไทยทุกคน

“ภายใต้ศักยภาพของนักกีฬาไทยในขณะนี้ แม้ว่าตอนนี้จะมี น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ที่น่าจะได้สิทธิ์ไปเล่นโอลิมปิกเกมส์ชัวร์ๆ เพียงคนเดียว แต่ช่วงเวลาที่เหลือจนถึงวันที่ 5 พ.ค.ปีหน้า ที่จะเป็นวันที่สหพันธ์แบดมินตันโลก หรือ บีดับเบิลยูเอฟ ประกาศโควตานักตบลูกขนไก่ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมริโอเกมส์ ผมเชื่อว่าน่าจะมีนักกีฬาไทยอีกหลายรายที่ทำอันดับโลกได้เข้าไปแข่งขันเพิ่มขึ้น ดังนั้นทางสมาคมจึงได้เตรียมแผนงานที่จะให้นักกีฬาไทยทุกคน มีการฝึกซ้อมอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เกิดความพร้อมอย่างสูงสุดในการทำผลงานให้ดีที่สุด จนถึงขั้นได้เหรียญรางวัล ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดที่สมาคมหวังเอาไว้”

นายถิรชัย กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดของโครงการนี้ สมาคมจะเรียกนักกีฬา โค้ช และต้นสังกัด ที่อยู่ในข่ายได้ไปเล่นกีฬาโอลิมปิกจากสังกัดต่างๆ มาสอบถามถึงความต้องการต่างๆ เพื่อจะให้การฝึกซ้อมเตรียมตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด อาทิ เรื่องคู่ซ้อม เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือโภชนาการต่างๆ เพื่อที่สมาคมจะได้รวบรวมงบประมาณมาสรรหาให้อย่างดีที่สุด และวางเป็นโมเดล หรือสูตรสำเร็จเพื่อที่นักกีฬาจากทุกสังกัดจะนำไปปฏิบัติเหมือนๆ กันในการแข่งขันระดับนานาชาติทุกๆ กีฬาต่อไป

“จริงอยู่ที่นักแบดมินตันไทยมีการเตรียมตัวอยู่ตลอดเวลาสำหรับการเล่นระดับอาชีพ ที่ต้องฝึกซ้อม ซึ่งการซ้อมที่ผ่านๆ มาอาจมีความแตกต่างกัน แต่สำหรับผมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ที่ทุกคนจะลงเล่นในนามทีมชาติไทย ไม่ว่า ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ รวมถึงโอลิมปิก ถือว่ามีความสำคัญมากกว่า ที่ทุกคนต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเอง คือ นักกีฬามีหน้าที่ทำการฝึกซ้อม ต้นสังกัดมีหน้าที่คุมนักกีฬาให้ซ้อม และทางสมาคมจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนในทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อนักกีฬา ซึ่งหากเราสามารถทำเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดให้เหมือนกันได้ ผมก็เชื่อว่าฝีมือของนักกีฬาไทย สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จในระดับโอลิมปิกได้เช่นกัน”