วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แม่จำเลยคดีเกาะเต่าเครียด กลัวลูกถูกประหารชีวิต

ศาลพิพากษาคดีเกาะเต่าเช้านี้ แม่ 2 จำเลยเครียด หวั่นลูกถูกประหารชีวิต ขณะที่ทีมทนายจำเลย เผยทำดีที่สุดเคารพคำตัดสินของศาล

เวลา 09.00 น. วันนี้ (24 ธ.ค.) ที่บัลลังก์ 6 ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีอาญา หมายเลขดำเลขที่ 2040/2547 พนักงานอัยการเกาะสมุย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเวพิวหรือวินและนายซอรินหรือนายซอ อายุ 22 ปี ชาวเมียนมาร์เชื้อสายยะไข่ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 57 ที่ บริเวณโขดหินริมชายหาดด้านปลายแหลม จปร.หาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยจำเลยทั้ง 2 คนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียชีวิต,ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยปิดบังการกระทำความผิดที่โหดร้าย,ร่วมกันกระทำชำเราผู้อื่น,ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและเป็นบุคคลต่างด้าวโดยหลบหนีเข้าเมือง

โดยคดีนี้สังคมกำลังจับตามองการพิพากษาของศาลจังหวัดเกาะสมุยอย่างใจจดจ่อ ในขณะที่นายสมชาย อู่ทอง รองอธิบดีอัยการภาค 8 ได้ประสานไปยังอัยการจังหวัดเกาะสมุยให้ติดตามรับฟังคำพิพากษาอย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานต่อไปยังนายธวัชชัย เสียงแจ้ว ผู้ตรวจการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโดยที่ก่อนหน้านี้นายธวัชชัย เสียงแจ้ว เป็นผู้ดูแลสำนวนคดีด้วยตัวเองขณะที่รับตำแหน่งเป็น อธิบดีอัยการภาค 8 ในขณะนั้น

ส่วนทางทนายฝ่ายจำเลยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมาร์และแม่ของ 2 จำเลยได้เดินทางถึงเกาะสมุยตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. พร้อมกับวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของไทยและยังเชื่อว่าลูกชายของตัวเองบริสุทธิ์ โดยที่แม่ของจำเลยเครียดจัดนอนไม่หลับหวั่นลูกถูกประหารชีวิต แต่ทีมทนายความจำเลยย้ำทำดีที่สุดแล้วเคารพคำตัดสินของศาล

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ย.57 ที่ผ่านมาคนร้ายไม่ทราบจำนวนร่วมกับก่อ เหตุฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชายหญิงชาวอังกฤษ ทิ้งศพบริเวณไว้บริเวณปลายแหลม จปร.หาดทรายรี จากการตรวจสอบพบสภาพศพ น.ส.ฮานนาห์อยู่ในสภาพเปลือยท่อนล่าง ภายในช่องคลอดมีคราบอสุจิ ส่วนนายเดวิด มีสภาพถูกทำร้ายด้วยของแข็งที่ศีรษะ ที่เกิดเหตุพบจอบเปื้อนเลือด ถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วและก้นบุหรี่ ภายหลังทีมสืบสวนสืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นแรงงานพม่า ค้นในห้องพักพบโทรศัพท์มือถือไอโฟนของผู้ตาย จึงทำการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ.จากแรงงานต่างด้าวกว่า300 คน

ต่อมาผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากก้นบุหรี่ 3 มวนที่ตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งผลการตรวจคราบอสุจิที่พบบริเวณช่องคลอดและทวารของเหยื่อสาวที่เสียชีวิต พบดีเอ็นเอมีลักษณะผสม น่าจะมาจากคน 2 คน ผลตรวจดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ 3 มวนที่ตกอยู่ใกล้กับจุดที่ศพ พบว่าบุหรี่มวนแรกมีรอยลิปสติกสีแดงติดอยู่ บุหรี่มวนที่ 2 มีดีเอ็นเอผสมของคน 2 คน และบุหรี่มวนที่ 3 มีดีเอ็นเอของผู้ชายอีกคน ที่แตกต่างจากดีเอ็นเอที่พบในบุหรี่มวนที่ 2 และผลดีเอ็นเอของมวนบุหรี่ตรงกับอสุจิในช่องคลอดของ น.ส.ฮานนาห์ตรงกับจำเลยจึงนำไปสู่กระบวนการจับกุมตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ 2 ต.ค.

ซึ่งจำเลยทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวนและกลับคำให้การในชั้นศาลเพื่อขอสู้คดีโดยมีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดหาทนายฝีมือดีเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของการต่อสู้ทางคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนข้ามชาติ พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือทางเวปไซด์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือ 2 จำเลยโดยมีแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวนมาก เพราะเชื่อมั่นว่าจำเลยทั้ง 2 บริสุทธิ์