วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แม่ยอมรับตีลูกวัย10ขวบ ระบุเครียดปัญหาครอบครัว-หนี้สิน

นายอำเภอศรีสงคราม รุดช่วยเด็กชาย10 ขวบ ถูกแม่ใช้เหล็กตี แม่ระบุเครียดปัญหาครอบครัว-หนี้สิน และลูกเป็นเด็กดื้อ ไม่ไปโรงเรียน

จากกรณีมีชาวบ้านแจ้งให้ตรวจสอบช่วยเหลือเด็กชายวัย 10 ขวบ ถูกแม่ทุบตีด้วยเหล็กหลายครั้ง ครั้งล่าสุดเด็กได้รับบาดเจ็บเลือดท่วมตัว เพื่อนบ้านเข้าไปช่วยเหลือประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอศรีสงคราม เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว พร้อมกับโพสต์ภาพเด็กถูกทำร้าย ผ่านโลกโซเชียล เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบช่วยเหลือเกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงชีวิตนั้น

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2558 นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.โชคชัย อินทะนิน ผกก.ศรีสงคราม นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบที่ ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พบพ่อและแม่เด็ก คือ นายสอน(นามสมมุติ) อายุ 41 ปี และนางสี(นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ส่วนเด็กชายบอย (นามสมมุติ) รับการรักษาอาการและนำกลับมาอยู่ที่บ้านพัก พบตามร่างกายมีบาดแผลฟกช้ำจากการถูกของแข็งทุบตีทั่วร่างกายโดยเฉพาะแผ่นหลัง

จากการสอบถามแม่ ยอมรับว่า ได้ทำร้ายร่างกายลูกจริง เนื่องจากปัญหาความเครียดทางครอบครัว ภาระหนี้สิน และลูกเป็นเด็กดื้อไม่ไปโรงเรียน ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง จึงได้เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจ พร้อมนำตัวแม่ ไปสอบสวนข้อเท็จจริง ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง หาทางดูแลช่วยเหลือ เบื้องต้นพบว่า เป็นปัญหาภายในครอบครัว ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด หรือการติดสุรา การพนัน จนเป็นที่มาของการทำร้ายลูก แต่มาจากเจตนาอยากให้ลูกไปเรียนหนังสือ แต่อาจกระทำรุนแรงเกินไป อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะได้หาทางช่วยเหลือปรับความเข้าใจให้อยู่ร่วมกันได้

นายกนก กล่าวว่า หลังรับแจ้งข้อมูลจากชาวบ้าน ได้นำเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ตำรวจ ผู้นำชุมชน เข้าตรวจสอบ พบว่ามีการทำร้ายลูกจริง และเด็กได้รับการดูแลรักษาตัวแล้ว ยังอยู่ที่บ้าน ซึ่งสาเหตุมาจากปัญหาภายในครอบครัว ลูกดื้อไม่ไปโรงเรียน แต่อาจใช้การกระทำลงโทษที่รุนแรงเกินไป แต่ตรวจสอบพบว่า แม่ ไม่มีปัญหา ยาเสพติด หรือติดเหล้า ติดการพนัน จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ทำร้ายลูก ส่วนสภาพทางครอบครัวถือว่า มีฐานะปานกลาง มีอาชีพทำรับจ้าง กรีดยาง มีลูกทั้งหมด 4 คน เสียชีวิต 2 คน เหลือ 2 คน จะได้ทำความเข้าใจ และนำแม่ไปสอบสวนข้อเท็จจริง หารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้องมาดูแลช่วยเหลือ ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นความรุนแรงในครอบครัว ที่จะต้องเร่งให้การช่วยเหลือ รวมถึงตรวจสอบปัญหาด้านอื่นของครอบครัว