เกษตรกรพลิกวิกฤตปลูกผักพื้นบ้านใช้น้ำน้อยขายหน้าแล้ง

เกษตรกรจ.บุรีรัมย์ พลิกวิกฤตปลูกผักพื้นบ้านใช้น้ำน้อยตามริมรั้วและพื้นที่ว่างรอบบ้าน ขายช่วงหน้าแล้ง รายได้วันละ1พันบาท
เกษตรกรบ้านม่วงใต้ ม.7 ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลายครัวเรือนได้พลิกวิกฤตหันมาปลูกผักพื้นบ้านปลอดสารพิเศษ อาทิ ชะอม ตำลึง ขิง ตะไคร้ ผักหวาน และพืชผักสวนครัวอื่นๆอีกหลายชนิดซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยตามริมรั้วและพื้นที่ว่างในครัวเรือนโดยใช้น้ำจากสระหรือบ่อดินที่ขุดขึ้นเองและบางรายลงทุนขุดเจาะบ่อบาดาล และใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ทำขึ้นเองจากเศษอาหารเหลือ และกากน้ำตาล ส่งขายตามตลาดและร้านอาหารเป็นรายได้เสริมช่วงหน้าแล้ง หลังจากทางโครงการชลประทานได้งดปล่อยน้ำให้เกษตรกรในเขตบริการทำนาปรังเนื่องจากเกรงน้ำดิบจะไม่เพียงพอผลิตประปาไว้ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกผักขายเฉลี่ยวันละ 1,000 – 1,500 บาท
นายสนิท เอการัมย์ อายุ 53 ปี เกษตรกรบ้านม่วงใต้ บอกว่า ขณะนี้เกษตรกรในหมู่บ้านหันมาปลูกผักพื้นบ้าน และผักสวนครัว ส่งขายเพื่อหารายได้เสริมช่วงหน้าแล้งแล้วเกือบ 50 หลังคาเรือน หลังจากที่ทางชลประทานได้งดปล่อยน้ำให้ทำนาปรังมาต่อเนื่อง 3 ปีแล้ว ทำให้เกษตรกรต้องขาดโอกาส จึงได้หันมาปรับเปลี่ยนปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน จนปัจจุบันผักที่ปลูกในหมู่บ้านเป็นที่ต้องการของตลาด จนบางช่วงเก็บผลผลิตขายไม่ทัน ด้านนางดอน บูชารัมย์ อายุ 63 ปี เกษตรกรอีกราย บอกว่า หลังจากทางชลประทานได้งดปล่อยน้ำให้ทำนาปรังมา 3 ปีแล้วก็ต้องหันมาปลูกพืชผักใช้น้ำน้อยแทน เพื่อหารายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว พร้อมให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเรื่องเมล็ดพันธุ์ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรในอีกทางหนึ่งด้วย







