ทัพพิการวางแผน สู้ศึกพาราลิมปิกเกมส์ 2016 เตรียมเข้าใช้ศูนย์ฝึก
แห่งใหม่ที่ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เดือน ก.พ. นี้รวม 7 เดือนเต็ม วางโปรแกรมเดินทางถึงบราซิลวันที่ 31 ส.ค.ล่วงหน้า 7 วัน เพื่อปรับตัวก่อนวันเปิดแข่งขัน 7 ก.ย.
พล.ต.โอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการที่จ.สุพรรณบุรี ส่วนที่เป็นอาคารได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้ได้รับแจ้งจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ว่าอยู่ระหว่างการจัดซื้ออุปกรณ์ฝึกซ้อมต่าง ๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนม.ค.2559 หากทุกอย่างเรียบร้อยจะให้นักกีฬาที่ได้รับโควตาเข้าร่วมแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ี ริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งจะแข่งขันวันที่ 7-18 ก.ย.2559 ได้เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เสร็จสิ้นการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา นักกีฬาทีมชาติ ก็จะแยกย้ายไปรับใช้ต้นสังกัดในการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค.2559 “ปากน้ำโพเกมส์” ที่ จ.นครสวรรค์ จากนั้นนักกีฬาทีมชาติชุดพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ก็จะเข้าร่วมเก็บตัวฝึกซ้อมตั้งแต่เดือนก.พ.2559 เป็นต้นไป
“ระยะเวลาเก็บตัวก่อนไปแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์จะอยู่ที่ประมาณ 6-7 เดือน ถือว่าไม่น้อยเกินไป เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการเก็บตัวมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ส่วนจำนวนนักกีฬาที่ได้รับโควตาร่วมชิงชัยอย่างเป็นทางการล่าสุดอยู่ที่ 18 คน ซึ่งคาดว่ายอดรวมทั้งหมดน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 คน เท่ากับปี 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ” พล.ต.โอสถ กล่าว
สำหรับการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล ที่อยู่ไกลถึงทวีปอเมริกาใต้ นั้น พล.ต.โอสถ ยอมรับว่า รู้สึกเป็นกังวลกับการเดินทางที่ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน เบื้องต้นทัพนักกีฬาไทยน่าจะเดินทางไปพร้อมกันทั้งคณะ มีกำหนดถึง ริโอ เดอ จาเนโร วันที่ 31 ส.ค.2559 ขณะที่พิธีเปิดการแข่งขันจะมีขึ้นวันที่ 7 ก.ย.2559 ทำให้มีระยะเวลาปรับตัวให้เข้ากับเวลาและสภาพอากาศประมาณ 7-8 วัน และเพื่อความสมบูรณ์ของนักกีฬา โดยจะต้องปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในการเตรียมรับมือในเรื่องดังกล่าวให้ดีที่สุด เพราะหากจะต้องเดินทางไปล่วงหน้าก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับนักกีฬาคนพิการก็อาจจะยังไม่เปิดอย่างเต็มที่ และตนมองว่านักกีฬาจากทวีปเอเชียจะต้องเจอปัญหาเดียวกันทั้งหมด


