ศาลแขวงโคราช สั่งจำคุก "เจ้ามือไพ่ตุ่ย" คนละ2เดือน ไม่รอลงอาญา ปรับ5พันบาท ส่วนผู้เล่นสั่งปรับรายละ1พันบาท
จากกรณีที่ พล.ท.ธวัช สุกปลั่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ได้รับร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่ รวมทั้งข้อมูลร้องเรียนทางศูนย์ดำรงธรรม ว่าในเขต ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีนายทุนนอกพื้นที่มาเปิดบ่อนเล่นการพนัน จึงสั่งการให้ พ.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผบ.ร.23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบจับกุมพบมีบ่อน 3 แห่ง ลักลอบเปิดให้เล่นการพนัน ประเภทไพ่ตุ่ย ลักษณะเป็นบ่อนวิ่ง เคลื่อนย้ายสถานที่เล่นไปเรื่อยๆ ฉวยโอกาสเปิดช่วงวันหยุด เจ้ามือจะโทรศัพท์ติดต่อนักพนันขาประจำ เพื่อนัดหมายสถานที่ส่วนบุคคล ซึ่งมีทางเข้าออกทางเดียว บุคคลภายนอกที่ไม่รู้จักคุ้นเคย จะไม่สามารถเข้าไปเล่นการพนันได้ ต้องมีคนรับรองและพาไปเล่น และทางเข้าจะมีคนคอยดูต้นทางและสังเกตการณ์รวมถึงให้อาณัติสัญญาณ หากมีสิ่งไม่ชอบมาพากล
ต่อมา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา พ.อ อดุลย์ ฐานะหัวหน้าชุดจัดระเบียบสังคมนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ สันติ เหล่าประทาย รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และนายทวิช พิมหะ ป้องกันจังหวัดนครราชสีมา สนธิกำลังร่วม 200 นาย วางแผนปิดล้อมจับกุมทั้ง 3 บ่อนในเวลาพร้อมๆกัน สามารถจับกุมนักพนันได้ทั้งสิ้น 142 คน พร้อมของกลาง ซึ่งเป็นอุปกรณ์การเล่นการพนันรวมทั้งชิปแลกเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการจับกุมบ่อนพนันครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา จากนั้น พล.ต.ต ฐากูรนัทธีศรี ผบก.ภ.นครราชสีมา มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ ฤกษพุฒิ ผกก.สภ.จอหอ พ.ต.ท.สูงศักดิ์ จันทเมนชัย รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จุลทะ จันทน รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ณรงค์กรช์ หาทรัพย์ สวป. และ พ.ต.ต.มณฑล หงษ์กลาง สว.สส. ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา โดยขาดจากหน้าที่และตำแหน่งทางสังกัดเดิม ทั้งนี้ให้ พ.ต.อ.ดำรงรอดโพธิ์ทอง รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา รักษาการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.จอหอ พร้อมเป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว อย่างไรก็ตามได้มีคำสั่งกำชับไปยังสถานีตำรวจภูธรทั้ง 51 แห่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ตามที่เสนอข่าวมาเป็นลำดับ
ล่าสุด ที่ศาลแขวงนครราชสีมา เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม ผู้ต้องหาคดีลักลอบเล่นการพนันส่วนหนึ่งได้รับการประกันตัว โดยใช้เงินสดรายละ 5 พันบาท ได้ทยอยเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามหมายนัด ท่ามกลางญาติพี่น้องจำนวนมากที่มาให้กำลังใจ พากันนั่งจับกลุ่มรอที่ศาลาด้านหน้าทางเข้าอาคารศาลแขวง
ต่อมาเวลา 13.00 น. ศาลได้อ่านมีคำพิพากษาให้จำคุกนายทรัพย์กีรติ วงษ์บุญมาก ความผิดเป็นเจ้ามือ ที่ถูกจับกุมที่มูนมอรีสอร์ท และนายพัชร ชูเนตร เป็นเจ้ามือที่มะลีรีสอร์ท รายละ 2 เดือน โดยไม่รออาญา และปรับ 5 พันบาท ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นขอประกันตัว ส่วนนายอารักษ์ แซ่ตั้น เป็นเจ้ามือ ที่สนามแข่งรถจอหอ ซึ่งถูกกล่าวหาความผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม โดยครอบครองวิทยุสื่อสารโดยไม่รับอนุญาต อีกหนึ่งกระทง ซึ่งศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 15 ธันวาคม ส่วนผู้เล่นรวม 139 คน ปรับรายละ 1 พันบาท ไม่มีโทษจำคุกแต่อย่างใด





