วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จิ้งจอกทัพใหญ่รับเชลซี ฟานกัลลั่นนำผีลุ้นแชมป์

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ยังเชื่อมั่นว่า

 ทีมยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ กลับมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ แม้ว่าจะเพิ่งไปแพ้ บอร์นมัธ ทีมน้องใหม่ 1-2 โดยตั้งเป้านำทีมเก็บชัย 3 นัดรวดในช่วงบ็อกซิ่ง เดย์ ด้านศึกมันเดย์ไนท์ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ส่งทัพใหญ่รับแข้งแชมป์เก่า เชลซี

ศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 12 ธ.ค. “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ออกไปเยือน บอร์นมัธ ทีมน้องใหม่โดยเกมนี้ทีมเยือนมีปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บอยู่เต็มทีม และเพียงแค่ 2 นาทีเจ้าถิ่นได้ประตูนำไปก่อนเมื่อ จูเนียร์ สตานิสลาส เตะมุมจากทางซ้ายไปเข้าเสาไกลเป็น 1-0 ก่อนที่ แมนฯยูไนเต็ด จะเร่งเกมและตีเสมอได้จาก มารูยาน เฟลไลนี จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลังเกมของแมนฯยูไนเต็ด ไม่ดุดันเหมือนเดิม ทำให้เจ้าถิ่นไม่กดดันเท่าไรนัก และมาได้ประตูจากลูกตั้งเตะนาทีที่ 54 จากการเล่นลูกเตะมุมเรียด และโจชัว คิง ยิงเป็นประตูชัยให้ บอร์นมัธ เอาชนะไป 2-1 ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด แพ้เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันและทำสถิติไม่ชนะใครมาแล้ว 5 นัดรวดในทุกถ้วย แต่ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมยังเชื่อว่าทีมจะกลับมาพลิกสถานการณ์เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ โดยตั้งเป้าว่าในอีก 3 เกมข้างหน้าซึ่งเป็นช่วงบ็อกซิ่ง เดย์ จะคว้าชัยชนะได้ทั้ง 3 นัดในการพบกับ นอริช, เยือน สโตค และพบกับ เชลซี

“ผมคิดว่าเรายังมีลุ้นแชมป์อยู่ ตอนนี้เรามีผู้เล่นเจ็บหลายคน เราต้องกลับมาให้ได้ในสัปดาห์นี้ และมันเป็นเรื่องยากเสมอเมื่อคุณแพ้มา 2 นัดรวด ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ต้องสู้กลับมา แต่เรายังอยู่ในตำแหน่งที่ลุ้นแชมป์ได้ ตอนนี้เราต้องชนะ 3 นัดรวดเพื่อเป็นตัวอย่าง เพื่อจะลุ้นแชมป์ต่อไปหลังคริสต์มาส”

ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี รองแชมป์เก่ายังครองความได้เปรียบทีมใหญ่ทีมอื่นๆ ต่อไปในการลุ้นแชมป์ หลังจากเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี 2-1 ในช่วงทดเวลาเจ็บ โดยเจ้าถิ่นได้ประตูนำ 1-0 จาก วิลเฟรด โบนี ก่อนที่ บาร์แฟแตงมี โกมิส ตีเสมอให้ทีมเยือนนาทีสุดท้าย แต่ช่วงทดเจ็บเป็น เคลิลี อิเฮียนาโช กองหน้าดาวรุ่งที่ยิงประตูชัยให้ แมนฯซิตี คว้า 3 แต้มสำคัญเอาไว้ได้

ส่วนผลคู่อื่นๆ คริสตัล พาเลซ ชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0, นอริช เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1, ซันเดอร์แลนด์ แพ้ วัตฟอร์ด 0-1 และ เวสต์แฮม เสมอ สโตค 0-0 สรุปอันดับคะแนน แมนฯซิตี กับ เลสเตอร์ 32 แต้ม, อาร์เซนอล 30 แต้ม, แมนฯยูไนเต็ด 29 แต้ม และ สเปอร์ส กับ คริสตัล พาเลซ 26 แต้ม

ด้านศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันจันทร์ที่ 14 ธ.ค. “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ที่มี 32 แต้มจาก 15 นัด จะเปิดสนามคิงเพาเวอร์ รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์เก่าที่ฟอร์มหลุดในฤดูกาลนี้เพิ่งมี 15 แต้มเวลา 03.00 น. โดยเกมนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือเจ้าถิ่นจะได้ผู้เล่นตัวหลักลงสนามครบ นำโดยคู่หู เจมี วาร์ดี กับ เลโอนาร์โด อูยัว

ฝั่งเชลซี ที่ฟอร์มนัดเยือนในลีกกำลังแย่ 8 นัดหลังสุด ชนะเพียงแค่นัดเดียว เกมนี้ ชูเซ มูรินญ ผู้จัดการทีมเยือนมีข่าวดีที่จะได้ “เจที” จอห์น เทอร์รี กองหลังกัปตันทีมฟิตกลับมาคุมแนวรับได้เช่นเดียวกับ รามิเรส กองกลางตัวจิ๊ด จะได้กลับมาเล่นร่วมกับ เชส ฟาเบรกาส, เอดอง อาซาร์ด, วิลเลียน, ออสการ์ 

สำหรับสถิติที่พบกันมาของคู่นี้ เชลซี ยังมีสถิติที่เหนือกว่ามาก โดย 6 นัดหลังสุดที่พบกันในพรีเมียร์ลีก เชลซี เป็นฝ่ายชนะรวด