วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยลีกปิดซีซั่น6ทีมหนีตาย สุพรรณฯขอ3แต้มซิวตั๋วชปล.

ศึกลูกหนังไทยลีก เตะปิดฤดูกาลวันนี้ (13 ธ.ค.) ลุ้น 6 ทีม

 แย่งกันหนีตกชั้น “เจ้าท่า” การท่าเรือ รับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ถ้าชนะรอดตัวทันที ส่วน “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน เยือน “กว่างโซ้ง” เชียงราย ถึงเฮก็ยังต้องดูผลคู่อื่น ขณะที่ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เปิดบ้านฉะโอสถสภา หากชนะ คว้าที่ 3 ได้ตั๋วไปเตะศึกแชมเปี้ยนส์ลีกทันที

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015 เดินทางมาถึงฉากสุดท้าย โดยในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ จะเป็นการเตะนัดที่ 34 หรือนัดปิดฤดูกาล ที่จะทำการคิกออฟเตะพร้อมกันทั้ง 9 คู่ ในเวลา 18.00 น. โดย “ไฮไลท์” จะอยู่ที่การหนีตายของ 6 ทีมที่อยู่ในโซนอันตราย ไล่จาก บีอีซี เทโรศาสน, ราชนาวี, สระบุรี, การท่าเรือ, ชัยนาท และศรีสะเกษ ว่า 2 ทีมใดจะเป็นผู้โชคร้าย ต้องตกชั้นตาม ทีโอที ไปเล่นลีกวันฤดูกาลหน้า ขณะที่บนหัวตาราง ก็มีการลุ้นอันดับที่ 3 ระหว่าง สุพรรณบุรี, ชลบุรี และ แบงค็อก ที่หากทีมใดทำสำเร็จ ก็จะได้รับสิทธิ์ไปเตะศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก เป็นรางวัลทันที

สำหรับการชิงอันดับ 3 “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี ทีมอันดับ 3 ที่มี 58 แต้ม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “พลังเอ็ม” โอสถสภา ทีมอันดับ 11 ที่มี 38 แต้ม ซึ่งหากชนะก็จะตาม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ เจ้าของแชมป์ และ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด รองแชมป์ ไปเล่นศึกสโมสรเอเชียถ้วยใหญ่ทันที แต่หากแพ้หรือเสมอขึ้นมา ก็จะทำให้ “ฉลามชล” ชลบุรี ทีมอันดับ 4 ที่มี 57 แต้ม ที่จะเล่นในบ้านพบ “ขุนศึก” สระบุรี ทีมอันดับ 16 มีลุ้นขึ้นมาทันที

เกมนี้ชลบุรีจะได้ ชลทิตย์ จันทคาม, ภูริฑัต จาริกานนท์ กับ พิภพ อ่อนโม้ พ้นแบนโทษกลับมา แต่จะไม่มีคู่หัวหอก ติอาโก คุนญา กับ จูเลียโน มิไนโร ที่ติดโทษแบน ส่วนสระบุรี ที่ต้องลุ้นชนะนัดนี้เพื่อหนีตกชั้นเช่นกัน จะขาด ทินกร อสุรินทร์ แบ็กซ้ายที่โดนแบน

ส่วนอีกทีมที่มีลุ้นอันดับ 3 คือ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ที่มี 57 คะแนน ที่นอกจากจะต้องชนะ “นกใหญ่” ชัยนาท ทีมอันดับ 13 สถานเดียวแล้ว ยังต้องลุ้นไม่ให้ สุพรรณบุรี กับ ชลบุรี ที่มีสถิติเฮด-ทู-เฮด ดีกว่า คว้าชัยชนะอีกด้วย โดยเกมนี้จะได้นักเตะชุดใหญ่ลงสนามครบครัน

ขณะที่ทีมนกใหญ่ ที่มี 34 แต้ม เกมนี้จะขาด สมเจตร สัตบุษ ที่โดนแบน ต้องการผลชนะ จะรอดตัวทันที แต่หากเสมอ ก็ต้องลุ้นไม่ให้ สระบุรี กับ เทโร ชนะ ส่วนกรณีที่แพ้ ต้องลุ้นให้ ท่าเรือ, เทโรฯ, สระบุรี และราชนาวี 3 ใน 4 ทีมนี้ ไม่ชนะจึงจะอยู่รอดในลีกสูงสุดต่อไป

ส่วนการหนีตกชั้น “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ อันดับ 14 มี 33 คะแนน พบ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ทีมแชมป์ที่มี 81 แต้ม หากเจ้าถิ่นจะรอดทันที โดยเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ดาบิด โรเชลา กองหลังที่ติดสัญญายืมตัวมาจาก บุรีรัมย์ ทำให้เกมรับมีปัญหา แต่เกมรุกยังอยู่กันครบทั้ง ซารูตะ ฮิโรโนริ, วุฒิชัย ทาทอง, เอกภูมิ โพธารุ่งโรขจ์ ด้าน บุรีรัมย์ ลุ้นทำสถิติ “แชมป์ไร้พ่าย” เกมนี้จะขาด นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม แบ็กขวา กับโก ซุล กิ กองกลางที่โดนแบน ส่วน กิลเบอร์โต มาเชนา กองหน้าต้องเช็คความฟิต กระนั้นยังมี ดิโอโก ซานโต ดาวซัลโวของลีก 32 ลูก ยืนล่าตาข่าย

ด้าน “เจ้าบุญทุ่ม” บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 15 มี 32 แต้ม จะบุกเยือน “กว่างโซ้ง” เชียงราย ยูไนเต็ด อันดับ 9 มี 44 คะแนน นัดนี้เจ้าถิ่นไม่มีลุ้นอะไรแล้ว อาจปรับทัพส่งดาวรุ่งบางคนลงสนาม แต่มีตัวหลักอย่าง อาทิตย์ สุนทรพิธ, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, เรนาน มาร์เกวซ เป็นแกน ส่วน เทโรฯ ต้องชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้น และลุ้นให้ ชัยนาท, ท่าเรือ, สระบุรี, ราชนาวี 2 ใน 4 ทีมนี้ไม่ชนะด้วย ถึงจะอยู่รอด หรือหาก เทโรฯ เสมอต้องลุ้นให้ ท่าเรือ, สระบุรี, ราชนาวี 2 ใน 4 ทีมนี้แพ้เท่านั้น เกมนี้ต้องเช็คอาการเจ็บที่จมูกของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ แต่จะได้ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แบ็กซ้ายพ้นโทษแบนกลับมา ส่วนแนวรุกยังมี “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ อดิศักดิ์ ไกรษร นำทีม

ที่สนามราชนาวี กม.5 สัตหีบ ราชนาวี รองบ๊วยมี 32 คะแนน พบ อาร์มี ยูไนเต็ด อันดับ 10 มี 41 คะแนน ถ่ายทอดสดทรูวิชันส์ 358 เจ้าถิ่นต้องชนะสถานการณ์เท่านั้น และลุ้นให้ สระบุรี, ท่าเรือ, ชัยนาท 2 ใน 3 ทีมไม่ชนะ ถึงจะอยู่รอด ซึ่งเกมนี้เตรียมส่งคู่กองหน้า วิคตอร์ จูเนียร์ กับ โรดริโก แวร์จิลิโอ ล่าตาข่าย ด้าน อาร์มี ไม่มีลุ้นอะไรแล้ว มีปัญหาในเกมรับ ฮัสซัน ซันนี กับ โกสินทร์ เหมบุตร 2 นายทวารบาดเจ็บทั้งคู่ และชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม กับ ซเดนโก คาปราลิก คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟติดโทษแบน

ส่วนทีมที่สถานการณ์ดูดีที่สุดในการหนีตกก็คือ “ดอกลำดวน” ศรีสะเกษ อันดับ 12 มี 35 คะแนน พบ บางกอกกล๊าส อันดับ 6 มี 55 คะแนน โดยเจ้าบ้านแค่เสมอ หรือถ้าแพ้แล้วทีมอันดับ 13-17 มีใครไม่ชนะแค่ 2 ทีมก็รอดตัวทันที

ขณะที่อีก 2 คู่ ทีโอที ทีมบ๊วยที่ตกชั้นแล้ว มี 16 คะแนน พบ ราชบุรี อันดับ 7 มี 52 คะแนน และเอสซีจี เมืองทองฯ รองแชมป์มี 58 คะแนน พบ นครราชสีมา อันดับ 8 มี 48 คะแนน