กรมสุขภาพจิตส่งทีมจิตแพทย์ลงพื้นที่ ดูแลสภาพจิตใจ-ให้คำปรึกษาเด็ก 2 คนกรณีเห็นพ่อฆ่าแม่
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่สามีหึงโหดฆ่าภรรยาตายก่อนฆ่าตัวตายตามต่อหน้าลูกทั้ง 2 คน ว่า ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้ส่งทีมแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่ลงไปดูสภาพจิตใจของเด็กทั้ง 2 คน แล้ว โดยเบื้องต้นจะมีการแบ่งการดูแลออกเป็น 2 ส่วน คือ การดูแลหลักจากญาติที่จะรับหน้าที่ดูแลเด็กที่จะคอยประสานความร่วมมือกับทีมของกรมสุขภาพจิต และอีกส่วนคือเจ้าที่หน้าของกรมสุขภาพจิตที่จะต้องมีการดูแล เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยแบ่งการดูแลเป็นรายสัปดาห์ 3 เดือน และ 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ความถี่ของการเข้าไปดูแลและให้คำปรึกษานั้นจะขึ้นอยู่จะสภาพจิตใจและร่างกายของเด็ก
“การเฝ้าดูอาการของเด็กทั้ง 2 คน จะแบ่งเป็น 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การดูแลและเฝ้าระวัง สังเกตจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประชีวิตประจำวัน เช่น การ นั่ง นอน กิน ว่ามีอะไรที่ต่างไปจากเดิมหรือไม่ เช่น ลุกลี้ลุกลน หรือซึมผิดปกติหรือไม่ 2.สังเกตอารมณ์ ว่ามีอะไรผิดปกติไม่จากเดิมหรือไม่ เช่น อารมณ์ขึ้นลงเร็วผิดปกติเป็นต้นและ3.ดูอาการทางสภาพจิตใจ ว่าเด็กมีอาการหวาดระแวงหรือวิตกกังวลหรือไม่ หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบให้ญาติเข้าไปดูแลและให้คำปรึกษากับเด็กและแจ้งให้ทางกรมสุขภาพจิตรับทราบถึงพฤติกรรมดังกล่าวทันที”พญ.พรรณพิมลกล่าว
พญ.พรรณพิมล กล่าวอีกว่า สำหรับเด็ก ที่ได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินชีวิตนั้น จะพบได้บ่อยสุด คือ กรณีเด็กพบเห็นการประสบอุบัติเหตุ และสูญเสียคนที่ตัวเองรัก ซึ่งส่งผลให้เด็กจดจำภาพเหล่านั้น จนเป็นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ส่วนกรณีการพบเห็นพ่อฆ่าแม่ตัวเองจะพบน้อยแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นก็ย่อมมีผลกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างแน่นนอน ดังนั้นผู้ที่ช่วยดูและเยียวยาจิตใจเด็กได้ดีที่สุดก็คือ ญาติ หรือคนในครอบครัวที่เด็กมีความสนิทสนมเพราะเด็กจะรู้สึกมีที่พึ่งจนสามารถก้าวข้ามปัญหาไปได้ ซึ่งเด็กทั้ง 2 คนนี้ เบื้องต้นทีมสุขภาพจิตต้องดูแลและเยียวยาสภาพจิตใจร่วมกับญาติอย่างใกล้ชิด





