รองผู้การฯกาญจนบุรี สั่งล่าแก๊งรุมฆ่าโหดหนุ่ม19 ด้านแม่เหยื่อบินด่วนจากเยอรมันเพื่อทำพิธีศพ ร่ำไห้เผยลูกจะบวชให้ปีหน้า
จากเหตุการณ์ 6 วัยรุ่น รุมทำร้ายร่างกายนายพีระพงษ์ หรือนิก เรืองจันทร์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 371 หมู่ 2 ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายกฤษฎา หรือเอิร์ต อ่อนน้อม อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 3 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ถูก 6 วัยรุ่นรุมทำร้ายด้วยการเตะและต่อย พร้อมทั้งใช้ปูนปั้นรูปตุ๊กตา และไม้เบสบอลทุบตีเข้าที่ใบหน้าและศรีษะ จนเสียชีวิตเหตุเกิดวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ริมถนนพื้นที่ ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 8 ธ.ค.58ที่บ้านเลขที่ 10 / 1 หมู่ 3 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สถานที่ตั้งสวดอภิธรรมศพของนาย กฤษฎา หรือเอิร์ด อ่อนน้อม อายุ 19 ปีที่ถูก 6 วัยรุ่นรุมทำร้ายจนเสียชีวิต โดยมีนาง กัญญาอ่อนน้อม แม่ และนางละเมียดศรีประจันท์ อายุ 62 ปี ยายของผู้เสียชีวิต รวมทั้งบรรดาญาติและเพื่อนบ้านอยู่จำนวนหนึ่งเฝ้าอยู่ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก
นางกัญญา อ่อนน้อม แม่ของน้องเอิร์ต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ตนไปทำงานอยู่ที่ประเทศเยอรมันหลายปีแล้ว โดยลูกชายอยู่กับยายและพี่สาว หลังจากทราบข่าวว่าลูกชายเสียชีวิตจากการถูกทำร้าย ตนรู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก จึงรีบซื้อตั๋วและรีบขึ้นเครื่องบินด่วนกลับมาประเทศไทยและรีบกลับมาที่บ้านทันที และเพิ่งถึงบ้านเมื่อเวลาประมาณหกโมงเช้าที่ผ่านมาซึ่งขณะที่ตนอยู่ต่างประเทศก็ได้ติดต่อกับลูกชายอยู่เป็นประจำ และเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตนเพิ่งบินกลับมาเยี่ยมลูกชายที่บ้านและคุยกันว่าปีหน้าจะบวชให้ลูก เพราะอายุครบ 20 ปีพอดี
ซึ่งตนก็เตรียมความพร้อมเอาไว้ตลอดเวลา แต่เหตุการณ์ร้ายๆก็มาเกิดขึ้นกับลูกชายของตน ตนจึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าเช่นนี้ จึงอยากฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ขอให้ดำเนินการเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ทั้งหมดโดยเร็ว อย่างน้อยตนและญาติจะได้สบายใจ ส่วนลูกชายก็จะได้นอนตายอย่างตาหลับ
ส่วนนางละเมียด ศรีประจันท์ อายุ 62 ปี ผู้เป็นยาย กล่าวว่า ตนเลี้ยงดูหลายชายมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เนื่องจากพ่อกับแม่ของหลานแยกทางกัน ส่วนลูกสาวของตนและเป็นแม่ของหลานก็ไปมีสามีใหม่เป็นชาวต่างชาติ จึงเดินทางไปอยู่กับสามีที่ประเทศเยอรมัน แต่ลูกสาวก็ได้ติดต่อ และเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านอยู่เป็นประจำ เพราะความคิดลูกและตน
ก่อนน้องเอิร์ต หลานชายจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ได้ทำงานอยู่ที่ร้านอาหารภายในรีสอร์ทชื่อดังใกล้บ้าน เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านและเลี้ยงดูตนตลอดมา ที่ผ่านมาหลานชายของตนไม่เคยไปมีเรื่องหรือไปเกเรกับใคร เวลาจะไปเที่ยวก็มีเพื่อนไปด้วยและจะขออนุญาตยายก่อนทุกครั้ง และนานๆครั้งถึงจะไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนบ้านและเพื่อนคนงานที่ทำงานอยู่ด้วยกันต่างก็รู้จักนิสัยของหลานชายดีว่าเป็นอย่างไร
คืนก่อนเกิดเหตุก็เช่นกัน หลานชายบอกกับยายว่าจะไปเที่ยวในตัวเมืองกับเพื่อนซึ่งยายก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่สุดท้ายก็มาถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักหรือเคยมีเรื่องกันมาก่อน ยอมรับว่าตอนนี้ตนยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมาเสียหลานชายอย่างกะทันหันก่อนวัยอันควร หรือหากจะทำร้ายกัน ก็แค่ทำให้เจ็บหรือแขนขาหักก็เพียงพอ เพราะตนพอจะยอมรับได้ ตนในฐานะยายที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กจึงยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จริงๆ จึงขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ต้องหามาดำเนินคดีเพื่อจะได้เข็ดหลาบ รวมทั้งจะไม่ไม่ไปก่อเหตุกับคนอื่นซ้ำอีก
ด้านนายเชษฐาไวสืบข่าว หัวหน้าเชฟ ห้องอาหาร ของรีสอร์ทชื่อดัง กล่าวว่านายกฤษฎา หรือเอิร์ตผู้ตาย ทำงานอยู่ห้องอาหารกับตน เป็นคนทำงานที่ขยันขันแข็ง ไม่เคยบ่น และไม่เคยทะเลอะหรือเกเรกับเพื่อนคนงานด้วยกัน ทำให้เพื่อนๆทุกคนต่างก็รักใคร่ หลังจากตนและเพื่อนคนงานที่ทำงานอยู่ด้วยรู้ข่าวว่า น้องเอิร์ตถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ทุกคนต่างก็รู้สึกตกใจไปตามๆกัน ทุกคนตกลงกันว่าหากใครไม่ติดงานก็จะมาร่วมงานศพทุกวันจนกว่าจะเผาแล้วเสร็จ
พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าวว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คน คือนายติณห์ หรือเว เทวกุล อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/105 หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และนายไพศาล หรือโอ๊ต จันทร์เมธากุลวัฒน์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ถ.ไชยชุมพล ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ส่วนผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนี จำนวน 4 คน ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้อนุมัติหมายจับแล้ว ประกอบด้วย 1.นายพงศ์วิทย์ เทพกาวีระ หรือวิท อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 268 หมู่ 4 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี หมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มจ.851/2558 ลงวันที่ 6 ธ.ค.58 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
2.นายนิตินัย หรือมอส วัชรานุทัศน์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/16 ถ.แสงชูโต ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มจ.854/2558 ลงวันที่ 6 ธ.ค.58 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
3 ชายไม่ทราบชื่อ (ใช้ไม้เบสบอลล์ตี) ที่ปรากฏตามภาพ หมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มจ.485/2558 ลงวันที่ 6 ธ.ค.2558 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อแล้วคือ นายปริญญ์ อายุ 18 ปี ชาวหนองรี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
4 ชายไม่ทราบชื่อ (ถืออาวุธปืน) ที่ปรากฏตามภาพ หมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มจ.486/2558 ลงวันที่ 6 ธ.ค.2558 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ล่าสุดทราบชื่อแล้วเช่นกันคือ นายชัยอนุวัต หรือต้น รอดภัย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/8 หมู่ 8 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ก่อคดีที่อุกฉกรรจ์ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของผู้บังคับบัญชาและประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีเป็นอย่างมาก
พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าวต่อว่า ล่าสุด พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีได้สั่งการและมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าชุดในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีอยู่จำนวน 4 คน โดยตั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนขึ้นมา 4 ชุด เพื่อออกหาข่าวความเคลื่อนไหวของคนร้ายไปตามท้องที่ที่ต้องสงสัยว่าคนร้ายจะไปหลบซ่อนตัวอยู่ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังชำนาญเส้นทางการหลบหนี ดังนั้นเจ้าหน้าที่ขอใช้เวลาสืบสวนสักระยะหนึ่งก่อน เชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน





