กลุ่มก่อความไม่สงบก่อเหตุวางระเบิดเสาไฟฟ้า และเผายางรถยนต์ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการก่อกวนไม่ประสงค์ชีวิต
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 3 ธ.ค..ร.ต.ท.สหัส จันทร์ใหม่ ร้อยเวร สภ.หนองจิก จว.ปัตตานี รับแจ้งเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ก่อเหตุโดย เผายางรถยนต์ก่อกวน บริเวณ ถ.สาย 43 ระหว่างสายปัตตานี-หาดใหญ่ บ.ปรัง ม.2 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก
จากนั้นคนร้ายกลุ่มเดียวกันระเบิดเสาไฟฟ้า ห่างจากทางเข้าโรงงานยางประมาณ 200 เมตร บ.ปรัง ม.2 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จำนวน 3 ลูกห่างกันลูกละ 10 นาที ห่างจากด่านเกาะหม้อแกง รอยต่อระหว่าง จ.ปัตตานี กับ จ.สงขลา ประมาณ 1-2 กม.ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
แต่ทำให้กระแสไฟฟ้าดับทั้งอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี และบนถนน เนื่องจาก เป้นเส้นทางเชื่อมและประตูเมืองสู่ยะลา และนราธิ วาส ทำให้รถมีจำนวนมาก ทำให้รถต้องถูกกักบริเวณด่านเกาะหม้อแกง เกรงจะได้รับอันตราย และต้องอ้อมใช้เส้นทางโคกโพธิ์
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ออกจาก 3 ชายแดนใค้ จะไปหาดใหญ่ ต่างก็ต้องเลี้ยวกลัลถูมิลำเนาของตนเอง เนื่องจากตลอดเส้นทางมืดมาก เห็นแต่เพียงแสงไฟจากรถเท่านั้น จนท.ทั้งทหาร คำรวจ และ อส. ต่างออกมาปรากฏกาย อาวุธครบมือ ออกดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน
ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ โดยจ้างมาก่อเหตุวางระเบิด เพื่อให้ จนท.เข้าใจว่าเป็นการกระทำของกลุ่มคนร้ายในคดีความมั่นคง เนื่องจากทราบว่าโรงงานดังกล่าว ถูกเรียกค่าคุ้มครอง แต่ทางโรงงานยังไม่ดำเนินการ โดยปิดเป็นความลับ จนกระทั่งถูกวางระเบิดก่อกวนข่มขู่
เวลา 08.00 น.วันที่ 4 ธ.ค. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พร้อมด้วยจนท.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดปัตตานี ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และกำลังตำรวจ ทหาร ได้เข้าไปตรวจสอบเหตุระเบิดดังกล่าว ปรากฏว่า เสาไฟฟ้า 3 ต้น ถูกแรงระเบิดล้ม 3 ต้น ขณะที่กำลังตรวจสอบอยู่พบอีก 1 ลูก ตั้งที่เสาไฟฟ้า เยื้อง จุดตรวจทางหลวงปัตตานี ห่างจากจุดเกิดเหตุเหตุประมาณ ครึ่ง กม. จึงได้
แจ้งเตือนให้จนท.ตลอดจนประชาชนทุกคนออกนอกพื้นที่รัศมีแรงระเบิด เพราะอาจจะมีระเบิดอีก จากนั้น จึงได้ทำการเก็บกู้ โดยปิดกั้นการจราจร สายปัตตานี*หาดใหญ่ ประชาชนต้องอ้อมเลี่ยงเส้นทาง เพื่อจะไปหาดใหญ่ หรือ จะกลับปัตตานี หรือยะลา หรือ นราธิวาส ทำให้การจราจรอัมพาต ติดขัด เบื้องต้นเป้นระเบิดแสวงเครื่อง นำหนักประมาณจุดละ 10 -20 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร และชนิดตั้งเวลา ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บกู้
พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวว่า ขณะนี้ต้องมีการสืบสวนสอบสวน และพิสูจน์หลักบานจากหลักฐานที่พบที่เกิดเหตุ เพื่อมาเทียบเคียงกับหลักฐานต่างๆที่เคยพบ มาพิสูจน์ว่า เป็นชนิดเดียวันหรือไม่ กลุ่มใด มีอยู่ในสารบบอยู่แล้ว เบื้องต้นน่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์เพื่อให้บ้านเมืองวุ่นวาย โดยไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต





