คราบน้ำมันลอยเกลื่อน ชาวประมง-ท่องเที่ยวชุมพรเดือดร้อน

คราบน้ำมันลอยเกลื่อน ชาวประมง-ท่องเที่ยวชุมพรเดือดร้อน

ชาวประมง-ท่องเที่ยวชุมพรเดือดร้อนหนัก คราบน้ำมันยังลอยขึ้นหาดอื้อ เผยเคยเตือนแต่ไม่มีใครสนใจ ยอมรับแก้ยาก

จากกรณีมีคราบน้ำมันลอยมาติดชายหาด ในพื้นที่จังหวัดชุมพร มีความยาวร่วม100กิโลเมตร สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนอย่างหนัก ที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ที่ชายหาดบางน้ำจืด หมู่ที่ 1 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร หน่วยงานตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมประมง หน่วยงานทหารเรือ หน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำรวจ กก.5 บกปทส. ทหารจาก ชุดประสานงานประจำพื้นที่ ป.พัน 25 บก ควบคุม มทบ.44 จ.ชุมพร ระดมกำลังลงไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบสาเหตุ และวิธีการแก้ไขปัญหา


นายทองรัตน์ วรรณนุช พลังงาน จ.ชุมพร กล่าวว่า ในขณะนี้ยังคงมีคราบน้ำมันทยอยขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายแก่ชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างมาก ชาวประมงชายฝั่งไม่สามารถออกทำการประมงได้ เนื่องจาก คราบน้ำมันจะติดเครื่องทำการประมง นอกจากนั้นที่น่าเป็นห่วงคือ สัตว์น้ำชายฝั่ง อาทิ กุ้งเคย ที่ใช้ทำกะปิ หรือ ปลาเล็กปลาน้อยที่เป็นห่วงโซ่อาหาร จะเกิดความเสียหาย ยังอาจทำให้ชาวประมง อวนรุนเคย ต้องหยุดทำการประมงจนกว่าคราบน้ำมันจะหายไป ซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่


นายวิศรุต ตั้งสุนทรขัณฑ์ ผู้อำนวยการกองความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในการประกอบกิจการปิโตรเลียม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า จากเหตุการณ์การเกิดก้อนน้ำมันขึ้นที่อำเภอหลังสวน จ.ชุมพร กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงานในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทผู้รับสัมปทานทุกรายที่มีการดำเนินการในอ่าวไทยอย่างสม่ำเสมอ พบว่า ไม่มีการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากแท่นผลิต


นอกจากนี้ ในพื้นที่จังหวัดชุมพรก็ไม่มีกิจกรรมการขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยมีการเจาะหลุมสำรวจล่าสุด เมื่อ2ปีที่ผ่านมาเป็นการขุดเจาะหลุมของแหล่งนางนวล บริษัทปตท.สผ.จำกัด แต่พบว่า หลุมดังกล่าวไม่พบน้ำมันและทำการปิดหลุมเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ยืนยันได้ว่า ก้อนน้ำมันที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม


อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มีหลักฐานทางวิชาการยืนยันพิสูจน์เหตุกาณ์ดังกล่าว กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจึงได้ประสานกับพลังงานจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่ ในการเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันและส่งวิเคราะห์ห้องปฏิบัติการ รวมถึงจะประสานขอความร่วมมือไปยังสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ(GISDA)เพื่อช่วยตรวจหาว่าคราบน้ำมันถูกปล่อยมาจากที่ใด


ทางด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรง นาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์กล่าวว่า คราบน้ำมันที่ชุมพร อาจมาจากเกาะไผ่ เพรา่ะทิศทางไปแนวนั้น เวลาก็น่าจะได้ ซึ่งดาวเทียมของ จิด้า เคยแจ้งตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 พย.ที่ผ่านมา ว่าพบก้อนน้ำมันขนาดใหญ่ในอ่าวไทย แต่ไม่มีหน่วยงานใดสนใจ จนกระทั่ง ก้อนน้ำมันแตกกระจายเข้าสู่ชายฝั่ง


ด้านนายขจรศักดิ์ ละอองเทพ ผอ.ทสจ.ชุมพร กล่าวว่า คราบน้ำมันเหล่านี้ เมื่อแตกกระจายออกเป็นก่อนเล็กก้อนน้อยจะหาทางกำจัดยากมาก นอกจากรอให้ ขึ้นมาติดชายหาด และ เข้าไปไถกลบนำไปฝังหรือเผาเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่แก้ยากมาก เนื่องจากชายฝั่งมีความยาวมาก บางจุดไม่สามาถเข้าไปจุดที่พบได้ และ จะสร้างปัญหาในหลายด้าน ทั้งทรัพยกรธรรมชาติ สัตว์น้ำ ซึ่งจะส่งผลต่อ ประชาชนอย่างแน่นอน