ตร.เร่งหาชายต้องสงสัย เข้าบ้านก่อนไฟไหม้ร้านตัดชุดสูท คลอกลูกสาวเจ้าของร้านดับ ตรวจสอบสภาพศพจากสถาบันนิติเวช ระบุมีแผลฝกช้ำตามลำตัว
จากกรณีเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์เป็นร้านตัดเย็บสูทชื่อว่าร้าน แกละ เลขที่133 ปากซอยประชาชื่น5 ถนนประชาชื่น แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้น.ส.ภรณี ซุ้มมหาวงศ์ อายุ30ปี ลูกสาวเจ้าของร้านเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ท้องที่รับผิดชอบ สน.เตาปูน
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 พ.ย. พ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล ผกก.สน.เตาปูน กล่าวถึงกรณีเพลิงไหม้ดังกล่าวว่า จากการสอบสวนญาติของคนตาย ยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุได้นอนอยู่ในบ้านร่วมกัน ผู้ตายและแม่ผู้ตายนอน อยู่ชั้น3 ส่วน คนอื่น ๆ นอนอยู่ที่ชั้น 4 ช่วงเกิดเหตุทุกคนต่างวิ่งหนีลงมาชั้นล่างเพื่อเอาตัวรอด แต่ควันค่อนข้างเยอะทำให้มองไม่เห็นทางและแต่ละคนก็แยกย้ายกันหนี เมื่อไฟมอดลงก็พบผู้ตายเสียชีวิตตรงบันไดชั้นล่างสุด ทั้งนี้จากการตรวจสอบสภาพศพโดยสถาบันนิติเวช รพ.ตร. ระบุมีแผลฝกช้ำตามลำตัว
พ.ต.อ.โกสิต กล่าวอีกว่า บาดแผลดังกล่าวอาจเกิดจากการลื่นไถลลงมาจากบันไดชั้น ประกอบกับผู้ตายเป็นคนค่อนข้างร่างใหญ่มีน้ำหนักตัวมากและพื้นบันไดก็เป็นหินขัด ทำให้ลื่นไถลได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบ้านข้างเคียง พบชายต้องสงสัย 1คน สวมกางเกงกีฬาขาสั้นสีน้ำเงิน มีผ้าปิดปากปิดจมูก คล้ายปกปิดใบหน้า ได้ขับขี้รถ จยย.สีขาว-แดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดที่หลังร้านที่เกิดเหตุ ในช่วงเวลา 01.00 น. แล้วหายเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุไฟไหม้ จนเวลาประมาณ02.00 น. ชายต้องสงสัยได้ออกมาพร้อมรถจักรยานออกมาด้วย จากนั้นชายต้องสงสัยได้ขับรถจยย.ของตัวเองและประคองรถจักรยานออกไปทางปากซอย
“ประเด็นนี้ต้องสอบเจ้าทุกข์เพื่อแจ้งความว่าโดนลักทรัพย์หรือไม่ ทั้งนี้ระยะเวลาที่ชายต้องสงสัยขับรถ จยย.ออกไปนั้นค่อนข้างห่างจากระยะเวลาตอนเกิดเหตุไฟไหม้คือห่างกันราว ๆ 2 ชม.ซึ่งนานพอสมควร ส่วนการจะถูกคนภายนอกมาทำร้ายนั้น ญาติผู้ตายให้การสอดคล้องกันว่านอนอยู่ด้วยกัน และพากันวิ่งหนีไฟเท่านั้นไม่มีการโดนทำร้าย โดยประเด็นหลัก ๆ ต้องสอบหาสาเหตุไฟไหม้ให้ได้ก่อน”พ.ต.อ.โกสิต กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น. 2 เปิดเผยว่า ได้ให้พนักงานสอบสวนทำคดีตามขั้นตอน ซึ่งสาเหตุเพลิงไหม้ต้องรอการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานซึ่งได้ลงพื้นที่ไปตั้งแต่เมื่อคืนส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นต้องรอการผ่าพิสูจน์จาก สถาบันนิติเวชส่วนฝ่ายสืบสวนเองก็ลงพื้นที่หาข่าว หาภาพวงจรปิด จะต้องนำมาประมวลผลอีกทีและต้องสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆ จนหายข้อสงสัยซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ





