วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุขุมพันธุ์'เสวนาประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ระดับโลก

"สุขุมพันธุ์" เสวนาประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ระดับโลก พร้อมถกประเด็นผู้ลี้ภัย-ความปลอดภัยคนเมือง หลังเกิดเหตุก่อการร้าย

ที่บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซนทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เสวนาในหัวข้อพิเศษ “Leading Urban Innovation” ร่วมกับนายจิม วัทสัน นายกเทศมนตรี กรุงอ็อตตาวา และผู้แทนเยาวชนในการประชุม One Young World Summit 2015        

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นแรกที่ผู้แทนเยาวชนตั้งคำถามคือ หากเกิดเหตุการณ์ผู้อพยพขึ้นในประเทศเช่นที่ประเทศซีเรีย จะให้การต้อนรับผู้อพยพเหล่านั้นอย่างไร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การรับผู้อพยพเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งกทม.ก็จะปฏิบัติตามนโยบาย โดยที่ผ่านมา กทม.ก็ได้สนับสนุนการทำงานในเรื่องการรับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเขาเหล่านี้จะได้รับการดูแลที่ดี นอกจากนี้ได้สนับสนุนการรักษาพยาบาล ให้การศึกษา รวมทั้งสิทธิอื่น ๆ เหมือนคนไทย ขณะนี้มีบุตรหลานของแรงงานต่างชาติประมาณ 2 พันรายที่ดูเเลให้การศึกษา อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับผู้อพยพเหล่านี้ อาจจะทำให้มีการดูแลที่ดีขึ้น            

ผู้แทนเยาวชน ถามต่อว่า จากปัญหาการก่อการร้ายที่ต่างประเทศ ซึ่งไทยและแคนาดาก็ได้รับผลกระทบจะมีการดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ประชาชนในเมืองรู้สึกปลอดภัย ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การดูแลความปลอดภัยหรืองานด้านความมั่นคงนั้นเป็นงานหลักของรัฐบาล ซึ่งกทม.ได้สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล อาทิ การติดตั้งกล้องซีซีทีวี โดยในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 6 ปี ได้ติดตั้งกล้องแล้วจำนวนกว่า 50,000 ตัว เชื่องโยงการทำงานกับตำรวจ

นอกจากนี้ นายชาล สถาปนิกได้รับรางวัลปี 2010 ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ผู้แทนจากประเทศมาลาวี ถามว่า การเตรียมคนรุ่นใหม่หรือการช่วยเหลือการว่างงานในอนาคตที่จะมีชีวิตแบบดิจิตอลอย่างไร ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า คงใช้เวลาในการดำเนินการ โดยการช่วยเหลือในระยะสั้น ขณะนี้กทม.มีศูนย์พัฒนาแรงงาน ส่วนการช่วยเหลือในระยะยาวนั้น อนาคตอีก 16 ปี กทม.ครบรอบ 250 ปี จะมีโครงการใหญ่ในการสร้างศูนย์การค้า สร้างธุรกิจใกล้ชุมชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน และเป็นการช่วยเหลือที่ยั่งยืน  

ต่อมาเวลา 12.40 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมเสวนา ว่า จริง ๆ แล้วตนเตรียมเรื่องที่จะมาเสวนาเกี่ยวกับงานเมืองโดยตรง แต่คนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ก็ถามในสิ่งที่คิดในใจไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องผู้ลี้ภัย และเรื่องความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ในประเทศยุโรปและอีกหลายประเทศประสบปัญหาดังกล่าว โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ตั้งคำถามว่าเมืองทั้ง 2 เมืองที่เข้าร่วมเสวนานี้มีนโยบายต่อผู้ลี้ภัยอย่างไร ซึ่งการดำเนินการเรื่องดังกล่าวในประเทศไทยเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาล และกทม.ก็ปฏิบัติตามคำสั่ง 

“งานที่กทม.สัมผัสมากที่สุด คือแรงงานต่างด้าว โดยกทม.สนับสนับงานรัฐบาลโดยการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ให้สิทธิการรักษาพยาบาลต่าง ๆ เหมือนคนไทย รวมทั้งสิทธิเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม. ซึ่งปัจจุบันมีบุตรหลานแรงงานต่างด้าวที่กทม.ช่วยเหลือด้านการศึกษา ประมาณ 2 พันราย ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้น ผมได้ระบุในวงเสวนาว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลซึ่งกทม.ก็ช่วยสนับสนุนงานรัฐบาล เช่น การติดตั้งกล้องซีซีทีวี การสนับสนุนบุคลากรการทำงานด้วย”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว