ตร.นครพนม ออกหมายจับ 3หัวโจกแก๊งโคกกลาง ก่อเหตุรุมทำร้าย รอง สวป.ปลาปาก พบประวัติก่อคดีนับไม่ถ้วน
ความคืบหน้ากรณีแก๊งวัยรุ่นป่วนเมือง รุมทำร้ายร่างกาย ร.ต.ท.สำรวย ศรีแก้วเลิศ อายุ 59 ปี รอง สวป.สภ.ปลาปาก จ.นครพนม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียหายขับรถมาพบเห็นแก๊งวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มารวมกลุ่มกันประมาณ 10 คน เพื่อดื่มเหล้าก่อกวนชาวบ้านริมถนน บริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาอำเภอปลาปาก ถนนสายปลาปาก–นครพนม จึงจอดรถยนต์ตะโกนว้่ากล่าวตักเตือน แต่กลุ่มกลับถูกรุมทำร้าย โชคดีชาวบ้านช่วยไว้ได้ทัน แต่ได้รับบาดเจ็บถูกไม้ทุบตามร่างกาย ส่วนแก๊งวัยรุ่นได้หลบหนีไป ซึ่งขณะนี้ ร.ต.ท.สำรวย อาการดีขึ้น มาฟักฟื้นอยู่ที่บ้านพักส่วนตัว ในเขตเทศบาลตำบลปลาปากแล้ว
ล่าสุด วันที่ 19 พ.ย. พล.ต.ต.ธนพล บริบูรณ์ ผบก.ภ.จว.นครพนม ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และได้ขออนุมัติออกหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม เบื้องต้นมีการออกหมายจับผู้กระทำผิดทั้งหมด 3 ราย เป็นหัวหน้าแก๊งคนสำคัญ 1 คน พร้อมพวกอีก 2 คน ที่ผู้เสียหายยืนยันชัดเจนว่าเป็นคนลงมือ ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าอยู่ระหว่างการหลบหนี เชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ในเร็วๆนี้
พล.ต.ต.ธนพล กล่าวว่า ถือเป็นภัยสังคมที่จะได้กำชับให้ทางตำรวจเพิ่มมาตรการในการดูแลป้องกันปราบปรามทุกพื้นที่ ไม่ให้ก่อเหตุซ้ำอีก เนื่องจากปัจจุบันวัยรุ่นมีความคึกคะนอง ยิ่่งเมาสุราจะมีการก่อเหตุทำร้ายร่างกายกันบ่อยครั้ง ส่วนแก๊งที่ก่อเหตุดังกล่าว พบว่าหัวหน้าแก๊งมีประวัติเคยก่อคดีทำร้ายร่างกายมาก่อน ทางตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด พร้อมฝากไปยังประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา หากพบกลุ่มวัยรุ่นสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือเป็นที่มาของการก่อเหตุร้าย ให้แจ้ง 191 ทันที
ส่วน ร.ต.ท.สำรวย ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้มีการดูแลในเรื่องสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงมอบเงินเป็นขวัญกำลังใจส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้พูดคุยถึงปัญหานำเสนอไปยังข้าราชการตำรวจในพื้นที่ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำอีก โดยเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย และเยี่ยมให้กำลังใจนายตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อปลอบขวัญให้ทำงานเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ต่อไป
ด้าน ร.ต.ท.สำรวย กล่าวว่า ยอมรับว่าโชคดีที่ไม่เป็นอันตรายมาก เพียงได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในการว่ากล่าวตักเตือนกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุไม่คิดว่าจะกล้าทำแบบนี้ เพราะเชื่อว่าจำได้ว่าตนเป็นตำรวจ แต่อาจจากมีอาการเมาสุราจึงเกิดความคึกคะนอง ยอมรับว่าปัจจุบันปัญหากลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายประชาชน หรือในกลุ่มเดียวกันมีขึ้นบ่อยครั้ง กลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคมที่ต้องเร่งหาทางแก้ไขจากทุกภาคส่วน





