อธิบดีดีเอสไอ สั่งพักราชการ-สอบวินัยร้ายแรง "พนักงานสอบสวน" คดีแชร์น้ำมันหอมระเหยดีซีเอชแอล หลังนำเช็คประกันตัวผู้ต้องหา3แสนเข้าบัญชีตัเอง
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 และพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงผลการตรวจสอบข้อร้องเรียนในกรณีปฏิบัติงานล่าช้า และการเรียกรับผลประโยชน์ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยพ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้รับการร้องเรียนในกรณีการเรียกรับผลประโยชน์ของพนักงานสอบสวน ในคดีแชร์ลูกโซ่พิเศษบริษัท ดิจิตอล คราวน์ โฮลดิ้ง จำกัด หรือดีซีเอชแอล (แชร์น้ำมันหอมระเหย) ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ผู้เสียหาย 94 คน คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล แต่เนื่องจากคดีมีผู้เสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้แยกเป็นคดีใหม่พร้อมเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนโดยพ.ต.ต.สุริยา ได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนและปรับแนวทางทำงานใหม่ทั้งหมดกระทั่งนำไปสู่ความคืบหน้าในคดีสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินได้กว่า 600 ล้านบาท
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า หลังเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา มีการนำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานและบ้านพักของผู้ต้องหาโดยพบหลักฐานเป็นสลิปฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เลขบัญชี 096-0-XXXX จำนวน 20,000 บาท ลงวันที่ 16 ส.ค. 2556 จากการตรวจสอบพบเป็นหนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนในคดีแชร์น้ำมันหมอระเหย เบื้องต้นจึงสั่งให้พ.ต.ต.สุริยา ตั้งคณะทำงานหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ล่าสุดผลการตรวจสอบพบว่ามีเงินเข้าบัญชีตามรายการที่ตรวจพบจริง โดยไม่มีเหตุผลอันควรที่ฝ่ายผู้ต้องหาจะโอนเงินเข้าบัญชีของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ เรียกรับผลประโยชน์ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกรณีดังกล่าวยังพบผู้เกี่ยวข้องเพียงรายเดียว
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงและสั่งพักราชการไว้ก่อน จากนั้นต้องเรียกพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวเข้าชี้แจง ซึ่งโทษวินัยกรณีทุจริตต่อหน้าที่คือไล่ออกและดำเนินคดีอาญา โดยต้องรับโทษมากกว่าบุคคลทั่วไป 3 เท่า ตนยืนยันว่าหลังจากนี้จะจัดการขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มีพฤติการณ์เรียกรับประโยชน์จากการทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกรณีประพฤติมิชอบเช่นนี้อีก 2-3 เรื่อง
ด้านพ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า คณะทำงานที่ตั้งขึ้นเป็นระดับสำนัก ผลการตรวจสอบพบสลิปฝากเงินเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรายดังกล่าวจำนวน 20,000 บาท ลงวันที่ 16 ส.ค. 2556 ตรงกับรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เปิดไว้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขา แจ้งวัฒนะ โดยการตรวจสอบบัญชียังพบยอดเงินผิดปกติหลายยอดโดยหนึ่งในนั้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2555 พบยอดเงินเข้าจำนวน 300,000 บาท จากการตรวจสอบพบยอดตรงกับหมายเลขเช็คของดีเอสไอคืนเงินประกันตัวผู้ต้องหาในคดี และปรากฏลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรายดังกล่าวอยู่ในเช็คสั่งจ่ายให้ผู้ต้องหาด้วย โดยผู้ต้องหาเซ็นเช็คสลักหลังให้กับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ซึ่งยอดเงินทั้งหมดถูกถอนออกทันที




