วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออกหมายเรียก 2ผัวเมียพอช. คดียักยอกเงินกองทุนฯ3ล้าน

ตร.บุรีรัมย์ ออกหมายเรียก 2 ผัวเมียพอช. คดีปลอมลายมือยักยอกเงินกองทุนสวัสดิการร่วม 3 ล้านแล้ว

ความคืบหน้า กรณีประธานกองทุน 5 แห่งที่จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า น.ส.สุภานัน ศรีพนม หรือต่าย อายุ 26 ปี ลูกจ้างของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเรื่องเอกสารและติดต่อประสานงานระหว่างทางกองทุนกับสถาบันฯ และนายพงศธร ศรีพนม สามี ได้ร่วมกันปลอมแปลงลายมือชื่อเจ้าของบัญชีในใบถอนเงินของธนาคาร และปลอมลายมือชื่อในใบมอบฉันทะ ไปหลอกธนาคารเพื่อเบิกเงินของกองทุนสวัสดิการผู้ด้อยโอกาสตำบลพระครู สองห้อง บัวทอง สะแกซำ อ.เมือง และ ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน ทั้ง 5 แห่ง รวมเป็นทั้งสิ้นจำนวน 2,879,011 บาท 

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียก 2 สามีภรรยาที่ถูกกล่าวหาเพื่อมาสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่หากออกหมายเรียกครบ 3 ครั้ง ทั้ง 2 ยังไม่มาตามหมายเรียก

ก็จะออกหมายจับตามขั้นตอน พร้อมกันนี้ยังได้ประสานขอเอกสารตัวจริงจากทางธนาคารที่ทั้งสองไปเบิกเงิน เพื่อส่งไปตรวจเปรียบเทียบลายมือชื่อผู้เสียหาย ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง กรุงเทพมหานคร คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วันจึงจะทราบผลตรวจ

อีกทั้งยังได้ประสานให้ทางธนาคารในฐานะผู้เสียหายที่ถูกนำลายมือชื่อปลอมไปเบิกเงิน ให้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์มอบคดี ในข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากข้อหาฉ้อโกงเป็นความผิดต่อส่วนตัว จากที่เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ปลอมแปลงลายมือชื่ออันเป็นเท็จเท่านั้น”

นอกจากนั้นยังจะได้เรียกเจ้าหน้าที่ธนาคาร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด  มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมทั้งจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตามหากผลการสอบสวน หรือข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น ว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดด้วย ก็จะถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า กรณีดังกล่าวได้กำชับให้พนักงานสอบสวนทุก สภ.ที่ได้รับแจ้งความ ให้เร่งรัดดำเนินการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ชุมชน หากข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงชี้ชัดไปถึงบุคคลใดว่าทุจริตหรือยักยอกเงินของกองทุนดังกล่าวจริง  ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายทุกราย ทั้งกำชับให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย