กองปราบฯ แถลงจับ "ป้าเอื้อย" กับพวก ตามหมายจับ พฤติการณ์ตั้งตนเป็นมาเฟีย หักหัวคิวต่อใบอนุญาตแรงงานเมียนมาร์ ด้านผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4 บก.ป., พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อนรรฆ ประสงค์สุข รอง ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. ทหารศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) และทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 1
ร่วมกันแถลงจับกุม น.ส.อภิญญา มีสมมนต์ หรือป้าเอื้อย อายุ 62 ปี และ นายอากร ไกรฤกษ์ อายุ 52 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกซองยาว 3 กระบอก , อาวุธปืนพกสั้น 3 กระบอก และเครื่องกระสุนชนิดต่างๆ จำนวน 680 นัด โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสองราย
ทั้งนี้ สำหรับทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2286 และ 2288/2558 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 ตามลำดับ ข้อหา “ร่วมกันเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนหรือจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ประกอบมาตรา 83 และแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพิ่มเติมกับนายอากร
พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวสืบเนื่องจากทางกระทรวงแรงงาน ได้รับร้องเรียนจากบริษัทจัดหางานหลายแห่ง ว่ามีการเรียกเก็บเงินค่าหัวคิวในการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย จึงประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จากนั้น พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ได้มอบหมายให้ บก.ป.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น กระทั่งพบว่าการยื่นขอใบอนุญาตทำงานของแรงงานสัญชาติเมียนมาร์ นั้น จะมีตัวแทนบริษัทจัดหางาน หรือโบรกเกอร์ เป็นผู้รวบรวมนำมายื่นให้เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เมื่อตรวจสอบแล้วก็จะส่งต่อไปยังสถานทูตเมียนมาร์ เพื่อรับรองสัญชาติของแรงงานทั้งหมด ก่อนส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงแรงงาน
พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่เรื่องถูกส่งกลับมาที่กระทรวงแรงงาน และต้องถูกส่งให้บริษัทจัดหางานเพื่อออกใบอนุญาตให้กับแรงงานแต่ละราย ก็พบพิรุธเมื่อมีการดำเนินการล่าช้า จนเกิดช่องโหว่ เปิดโอกาสให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมเพื่ออำนวยความสะดวกให้ออกใบอนุญาตได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งมี น.ส.อภิญญา หรือป้าเอื้อย กับพวก เป็นผู้เรียกเก็บเงินจากบริษัทจัดหางาน โดยคิดเงินจำนวน 250 บาทต่อแรงงานต่างด้าว 1 คน หากบริษัทจัดหางานแห่งใดไม่ให้ความร่วมมือในการจ่ายค่าธรรมเนียมลักษณะนี้ ก็จะแกล้งประวิงเวลาให้ล่าช้าจนการต่อใบอนุญาตแรงงานช้าไปด้วย ทำให้บางรายวีซ่าของแรงงานหมดอายุลง เกิดความเสียหายต้องเสียเวลาดำเนินการอีกหลายขั้นตอน
“หลังจากพบข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ เป็นที่แน่ชัดแล้ว พนักงานสอบสวนจึงขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมกันนั้น ทางชุดสืบสวน กก.1 และ กก.2 บก.ป.ร่วมกับเจ้าหน้าทีทหาร นำหมายค้นศาลอาญา และศาลจังหวัดปทุมธานี เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสอง ก่อนจะจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางดังกล่าว โดยควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.นอกจากนี้เชื่อว่ายังมีเจ้าหน้าที่รัฐในหลายระดับ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของประเทศเมียนมาร์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำความผิดด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลการจับกุมต่อไป” ผบก.ป. กล่าว
สอบสวนนายอาการ ยังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่ามีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวจริง แต่ได้กระทำการตามหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากจากทางสถานทูตเมียนมาร์ โดยทำมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปี สำหรับแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์แต่ละรายที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และอาศัยอยู่จนครบกำหนดระยะเวลาขั้นตอนแรกในการขอต่อใบอนุญาต หรือออกวีซ่าเพื่ออยู่ในประเทศไทย จะต่อได้ครั้งละ 2 ปี รวม 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 ปี จากนั้นก็จะต่อได้อีก 2 ครั้ง ซึ่งขั้นตอนการเดินเอกสารตรงนี้ ทางบริษัทจัดหางานต้องรวบรวมเอกสารทั้งหมด นำส่งกระทรวงแรงงาน หลังจากนั้นเอกสารจะถูกส่งไปยังสถานทูตเมียนมาร์ เพื่อออกเอกสารรับรอง มีค่าธรรมเนียม 250 บาท ตรงนี้เป็นสิ่งที่ตนดำเนินการ
นายอากร ให้การอีกว่า ที่ผ่านมาตนไม่แน่ใจว่าเป็นระยะเวลานานเพียงใด แรงงานต่างสัญชาติเมียนมาร์จำนวนมากที่วีซ่าขาดอายุ อาจจะล่าช้าไป 1 เดือน หรือมากกว่านั้น เมื่อมีการดำเนินการส่งเรื่องไปยังกระทรวงแรงงานแล้ว ขั้นตอนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ล่าช้า ซึ่งจุดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ตนทำงานให้กับทางสถานทูตเมียนมาร์ เพราะเป็นเพียงฝ่ายที่รอรับเอกสารยืนยันสัญชาติให้เท่านั้น บางครั้งเมื่อเอกสารจำนวนมากไปค้างอยู่ที่กระทรวงแรงงาน ก็ส่งผลให้แรงงานหลายรายวีซ่าต้องขาดอายุ เรื่องนี้ตรวจสอบได้หมด โดยเงินจำนวน 250 บาท เป็นเพียงค่าธรรมเนียมในส่วนของสถานทูตเมียนมาร์
"ภายหลังทางสถานทูตเมียนมาร์ เห็นว่าผมทำงานมานานมากแล้ว จึงมอบหมายให้ น.ส.อภิญญา มาทำหน้าที่แทน โดยในส่วนของค่าธรรมเนียมดังกล่าวก็ยังคงดำเนินการเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินไว้เท่านั้น ยืนยันว่าไม่เคยดึงเรื่องไว้ หรือยึดเอกสารใครทำให้เกิดความเสียหาย และที่ผ่านมาผมได้รับเงินเดือนจากทางสถานทูตเมียนมาร์เท่านั้น ไม่ได้รับเงินจากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด ส่วนอาวุธปืนที่ครอบครองไว้นั้น ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี เป็นเพียงความชอบส่วนตัวจึงมีสะสมไว้ แต่มีปืนเพียงกระบอกเดียวที่รับจำนำจากเพื่อน
เบื้องต้นชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งมอบพนักงานสอบสวนรับไว้ดำเนินคดี โดยจะขยายผลตรวจสอบไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบกรณีอาวุธปืนที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่





