เตรียมไล่ออกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ถูกซัดทอดร่วมพรานป่า ร่วมยิงกระทิงตาย
หลังจากที่ นายสิริ ศรีงาม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192/1 หมู่ 12 ต.บ้านคา อ.บ้านคา ซึ่งเป็นพรานป่าและเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ขึ้นไปล่ากระทิง ที่เป็นสัตว์ป่าคุ้งครอง บริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมู่ 9 บ้านพุขี้เหล็ก อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ได้ติดต่อขอมอบตัวกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เนื่องจากเกรงกลัวความผิดและถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ โดยนายสิริอ้างว่า ไปร่วมกับนายภูมิ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไปทำการไล่ล่ากระทิง ก่อนจะตามเพื่อนบ้านมาช่วยกันตัดหัว และชำแหละเนื้อไปขายในหมู่บ้าน และถูกเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายเป็นใคร จึงได้ติดต่อขอมอบตัวดังกล่าว
ซึ่งความคืบหน้าในวันนี้ (3 พ.ย.58) ร.ต.อ.สิทธิกร ใจคำ ร้อยเวรสภ.บ้านคา จ.ราชบุรี เจ้าของคดี ได้ทำการสอบปากคำ นายสิริ เพื่อสอบถามหาข้อมูลว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวโยงกับการเข้าไปล่ากระทิงในครั้งนี้บ้าง เพื่อจะได้ทำการออกหมายเรียกมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
ด้าน นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าสายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ สายที่ 1 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กรมป่าไม้ ได้พูดถึงเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ถูก นายสิริ ซัดทอดว่า เป็นผู้บงการ จ้างวาน จัดหาอาวุธปืน และร่วมกับ นายสิริในการไล่ต้อนวัวกระทิง ก่อนที่จะให้นายสิริ ยิงกระทิงจนตาย และตามเพื่อนบ้านของนายสิริ ซึ่งอ้างว่า เป็นแรงงานต่างชาติ จำนวน 6 คน มาช่วยกันตัดหัวกระทิงและชำแหละเนื้อออกมาแบ่งกันกินและบางส่วนก็นำไปขาย ส่วนหัวกระทิงนั้นนำฝังในสวนลำไยนั้น
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางกรมป่าไม้ได้ทราบแล้วว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว คือ นาย สกล ศรีแจ้ เป็นพนักงานพิทักษ์ป่า ส.2 ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.3 พุยาง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) เป็นลูกจ้างประจำ ซึ่งก็พยายามติดต่อให้เข้ามามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพราะขณะนี้เป็นแค่ผู้ถูกกล่าวหา แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งในวันนี้ก็จะต้องเข้าไปพบผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) เพื่อจะทำการย้ายให้เข้ามาอยู่ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ก่อน และจะได้ทำการตั้งกรรมการสอบ ซึ่งถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดจริงก็จะต้องดำเนินการไปและถ้าไม่ยอมมามอบตัวโดยหนีไป และขาดราชการเกิน 15 วัน ก็จะต้องตั้งกรรมการสอบวินัย ซึ่งโทษคือไล่ออกจากราชการ





