ตร.เชียงใหม่ รวบ2หนุ่มยูเครน แก๊งสกิมเมอร์ พร้อมบัตรปลอม 138 ใบ เป็นบัญชีฝั่งยุโรปทั้งหมด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ตุลาคม ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้แถลงข่าวการจับกุมแก๊งสกิมเมอร์ชาวยูเครน 2 คน ได้แก่ MR.YEVHEN HRYTSENKO อายุ 27 ปี และ MR.IURII KOROBCHENKO อายุ 31 ปี พร้อมของกลางเป็นบัตรเอทีเอ็มปลอม 138 ใบ เครื่องสำหรับสแกนการ์ด สีดำ จำนวน 1 เครื่อง เน็ตบุ๊คยี่ห้อ เลอโนโว พร้อมข้อมูลภายในเครื่อง 1 เครื่อง
พ.ต.อ.วีระยุทธ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองเชียงใหม่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่าตรวจพบการกดเงินสดจากตู้กดเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็ม ในลักษณะผิดปกติ พร้อมกับส่งรูปภาพของชายชาวต่างชาติที่ถูกบันทึกจากกล้องวงจรปิดหน้าธนาคารนำส่งมาประกอบให้เจ้าหน้าที่ จึงได้มีการสืบสวนติดตาม กระทั่งพบว่าผู้ต้องหามีทั้งหมด 2 ราย เป็นชาวยูเครน มาเช่าห้องพักที่โรงแรมเบ็ด (BED) ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
กระทั่งเมื่อเวลา 21.00น. วันที่ 31 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายดังกล่าว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งสิ่งใดๆ (บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม) อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น และเป็นการกระทำกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกให้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า บริการ หรือหนี้อื่น แทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเคยเดินทางมาประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่แล้ว 1 ครั้งเมื่อต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางกลับมาเพื่อก่อเหตุอีกครั้งเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม และตระเวนกดเงินตามตู้กดเงินต่างๆภายในตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะถูกจับกุมดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบว่าบัตรกดเงินสดของกลางทั้ง 138 ใบ แบ่งเป็นบัตรเอทีเอ็ม 58 ใบ บัตรมาสเตอร์การ์ด 31 ใบ บัตรวีซ่า 42 ใบ และบัตรอเมริกันเอ็กเพรส 7 ใบ เป็นบัตรปลอม ของธนาคารต่างประเทศทางฝั่งยุโรปทั้งหมด ไม่มีบัตรเอทีเอ็มปลอมของธนาคารทุกธนาคารในประเทศไทยแต่อย่างใด แต่ได้นำมาใช้กดเงินสดในเชียงใหม่
“ การจับกุมแก๊งสกิมเมอร์ชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวยูเครน ที่ผ่านมา หลายครั้งกลับพบว่าเป็นผู้ที่ถูกจ้างให้มากดเงิน หรือถูกหลอกให้กดเงินจากผู้บงการเบื้องหลัง ขณะที่จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 รายผ่านล่ามแปลภาษา เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเป็นคนร้ายตัวจริง ขณะที่ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา” พ.ต.อ.วีระยุทธ กล่าว
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯได้มีการประสานงานร่วมกับนายศิริชัย สถิตชัยไพศาล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและการจัดการการทุจริต ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ซึ่งได้ตรวจสอบบัตรเอทีเอ็มปลอมทั้งหมดที่ยึดได้ ปรากฏว่าบัตรที่ยึดได้นั้น ได้ใช้กดเงินสดจากหลายธนาคารในพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารต่างๆหลายธนาคารในต่างประเทศฝั่งยุโรปทั้งหมด ขณะที่ ข้อมูลของการกดเงินที่ไหน เมื่อไหร่ และมูลค่าความเสียหายทั้งหมด จะได้มีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อได้ข้อมูลครบ จะแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ อีกข้อหาหนึ่งต่อไป

