วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกเดี่ยวจี้ชิงทองหนัก25บาท หนีลอยนวล

คนร้ายบุกเดี่ยวชักมีดพับ จี้ชิงร้านทองย่านหัวหมาก กวาดทองคำหนัก25บาท หนีลอยนวล ด้าน "บิ๊กนครบาล" ลงพื้นที่สั่งการเฉียบ

ที่สน.หัวหมาก เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 29 ตุลาคม ร.ต.ท.ไพบูลย์ แก้วมณี พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ห้างทองอี้เซ่งเฮง เลขที่ 93 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร รรท.ผบช.น. พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น4 พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รองผบก.น.4 พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ด้านล่างเปิดเป็นร้านทองและรับซื้อทองเก่า ภายในร้านพบนายสมชิด แซ่ฮ้อว อายุ 60 ปี เจ้าของร้านรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ทำการซักถามข้อมูลจากเจ้าของร้านและตรวจสอบเก็บลายนิ้วมือภายในร้าน จากการตรวจสอบ สภาพภายในร้านไม่ได้รับความเสียหายมีเพียงสร้อยทองที่หายไป

พ.ต.อ.ศรายุทธ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีกากี กางเกงยีนขายาว ไม่ปกปิดใบหน้า ความสูงประมาณ 165-170 ซม. อายุประมาณ 30-40 ปี เดินเข้ามาในร้าน ก่อนใช้อาวุธมีดพับที่พกติดตัวมาจี้ข่มขู่ นายสมชิด จากนั้นเดินเข้าไปที่เค้าท์เตอร์ด้านข้างกวาดสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท และ 2 บาท ไปจำนวนหลายเส้น รวมน้ำหนักประมาณ 25 บาท ทำให้ นายสมชิด ที่เป็นเจ้าของร้านวิ่งไปคว้าไม้เบสบอลที่เก็บไว้ภายในบ้าน แต่คนร้ายไหวตัวทันหลบหนีออกจากร้านไปแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน ที่จอดบนฟุตบาทใกล้กับร้านที่เกิดเหตุ โดยหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง ถ.ศรีนครินทร์ฝั่งขาออก

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบคาดว่าคนร้ายที่ชิงทรัพย์ร้านทองครั้งนี้ น่าจะอยู่ในพื้นที่รัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนนี้ได้มอบหมายสั่งการให้ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล4 (บก.น.4) และประสานพื้นที่ สน.ใกล้เคียงช่วยกันเร่งรัดตรวจสอบคนร้าย เชื่อว่าถ้าได้ดำเนินการตามกระบวนการที่ได้สั่งการ น่าจะได้ตัวคนร้ายและทรัพย์สินที่หายไป อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านพบว่ากล้องมีสภาพเก่าและใช้การไม่ได้ แต่ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาลักษณะคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ ในเบื้องต้นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุน่าจะเป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุในลักษณะแบบเดียวกันนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา