วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก๊งตกทองตุ๋นแม่เฒ่า สูญทอง2สลึงพร้อมพระเลี่ยมทอง

แก๊งตกทองอาระวาดเมืองแปดริ้ว ตุ๋นหญิงชราวัย68 ก่อนรู้ตัวหมดทองไป2สลึง พร้อมพระเครื่องเลี่ยมทอง1 องค์ ตร.ดูกล้องวงจรปิดล่าตัว

วันที่ 29 ต.ค.58 เวลา 14.30 น. ร.ต.ท.ปภัสรา ปลั่งสมบัติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้เร่งทำการสอบปากคำนางขนิษฐา เดือนเด่น อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ม.4 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพตกทอง ลวงเอาสร้อยคอทองคำหนักสองสลึง พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ไป เหตุเกิดที่บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ฉะเชิงเทรา สาขา 2 ริมถนนศรีโสธรตัดใหม่ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. ที่ผ่านมา

นางขนิษฐา เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้นั่งรถโดยสารเดินทางจากบ้านเพื่อมาพบแพทย์ตามนัดหมาย ยังที่ รพ.พุทธโสธร (รพ.เมืองฉะเชิงเทรา) และเมื่อพบแพทย์เสร็จสิ้นแล้วในเวลาประมาณ 09.30 น.จึงได้เดินทางกลับด้วยรถประจำทางรอบเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อไปต่อรถกลับบ้านที่ อ.บางปะกง ยังที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.ฉะเชิงเทรา แต่ระหว่างทางขณะที่นั่งรถโดยสารไปนั้น ได้มีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี ผิวขาวไว้ผมดัดลอนหยิกย้อมแดงปะบ่า สูงประมาณ 155 ซม. สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ได้เข้ามานั่งด้วยบนเบาะผู้โดยสาร และทำทีพูดจาชวนคุยตีสนิทด้วย หลังพูดคุยกันจนเริ่มคุ้นเคย หญิงสาวดังกล่าวได้ทำทีบอกว่าจะมาหาญาติ โดยจะเอาพระเครื่องเก่าแก่ รุ่นสมเด็จฯ ของวัดดังในกรุงเทพฯ มาปล่อย แต่มาไม่เจอญาติ พร้อมกับหยิบพระเครื่องดังกล่าวขึ้นมาให้ดู โดยบอกว่าพระสมเด็จรุ่นนี้ คนที่เป็นทหารผ่านศึกเท่านั้นที่จะได้เอาไว้ ซึ่งราคาปัจจุบันในตลาดพระเครื่องอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท

นางขนิษฐา กล่าวต่อว่า จากนั้ันมีหญิงสาวอีกคน รูปร่างอ้วนท้วม ผิวคล้ำ ไว้ผมตรง สูงประมาณ 145 ซม. สวมเสื้อสีขาวกางเกงขายาวสีดำ ได้เดินขึ้นรถมาอีกคนจากบริเวณด้านหน้าวัดโสธรฯ และทำทีขึ้นมานั่งขนาบด้านข้างประกบบนเบาะที่นั่งรถโดยสาร และระหว่างนั้นยังคงนั่งคุยกันต่อถึงเรื่องพระเครื่อง ก่อนที่หญิงสาวรายที่ 2 จะทำทีขอดูพระเครื่องสมเด็จ พร้อมกลับบอกว่าอยากได้เอาไว้ แต่ไม่ได้เตรียมเงินติดตัวมา ก่อนจะทำทีโทรศัพท์ไปหาญาติ พร้อมบอกว่ามีญาติทำงานอยู่ที่ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีฉะเชิงเทรา สาขา 2 ริมถนนศรีโสธรตัดใหม่ และหลังหญิงรูปร่างท้วมวางหูโทรศัพท์ ได้บอกว่าญาติสนใจที่จะเช่าซื้อพระเครื่องสมเด็จี้เอาไว้ เพราะเป็นรุ่นหายาก ต้องเป็นคนที่เคยเป็นทหารผ่านศึกมาก่อน ถึงจะได้เอาไว้ โดยบอกว่าจะให้ไปรออยู่ที่ร้านกาแฟสดแถวด้านหน้าห้างฯ ดังกล่าว

นางขนิษฐา กล่าวอีกว่า ขณะที่หญิงรายแรกซึ่งเป็นเจ้าของพระ ได้ทำทีสะกิดแอบบอกกับตนว่า รู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจหญิงสาวรายที่สอง จึงอยากชวนไปเป็นเพื่อนด้วย และหากปล่อยพระ หรือจำหน่ายพระเครื่องออกไปได้แล้วจะแบ่งส่วนแบ่งให้ ก่อนจะชวนกันไปนั่งรอ และพูดคุยกันยังที่ร้านกาแฟที่บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าดังกล่าว หลังจากนั่งรอได้สักพัก จึงมีคนโทรศัพท์เข้ามาหาหญิงสาวรูปร่างท้วม โดยมีการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ทำทีตกลงกัน ก่อนที่จะวางสายไป พร้อมบอกว่า ทางญาติตกลงที่จะเช่าพระเครื่องโดยให้ราคา 2.5 ล้านบาท และให้เอาพระเครื่องไปให้ที่ร้านทอง ซึ่งอยู่ในห้างโดยให้เดินไปหาหญิงสาวที่สวมเสื้อคอโปโลตาจระเข้สีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ ที่ยืนอยู่กับตำรวจที่ร้านทอง โดยผู้หญิงเป็นเจ้าของพระได้ขอร้องให้ตนซึ่งเป็นคนกลาง เป็นผู้นำพระเครื่องเดินเข้าไปที่ร้านทอง เพราะทั้งสองคนยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะให้ใครเป็นคนเอาพระเข้าไป

“พอให้ป้าเอาพระเข้าไปที่ร้ายทอง ก็จะขอเอาทรัพย์สินจากป้าเอาไว้เป็นหลักประกันสัก 2 แสนบาท แต่ป้าบอกว่าไม่มีเงินสดติดตัวมามากถึง 2 แสนบาท มีแต่สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ ที่ห้อยคอติดตัวอยู่เท่านั้น ซึ่งหญิงสาวรายแรกได้ทำทีขอเอาไว้เป็นหลักประกัน พร้อมกับได้ขอเอาโทรศัพท์มือของป้าเก็บไว้ด้วย ซึ่งขณะนั้นรู้สึกมึนๆ งงๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังยอมถอดทรัพย์สินให้เขาไปแต่โดยดี หลังจากเอาพระเดินเข้าไปในร้านทองแล้ว แต่ไม่เจอทั้งหญิงสาวที่สวมเสื้อสีขาว และตำรวจตามที่หญิงรายที่สองบอกไว้ จึงถามกับทางร้านว่า ที่ห้างฯ แห่งนี้มีร้านทองกี่ร้าน คนในร้านบอกว่ามี 2 ร้าน คือ ที่ชั้นล่างแห่งนี้ และร้านทองบนชั้น 2 อีก 1 ร้านเท่านั้น แต่ไปมา 2 ร้านก็ไม่เจอ จึงเอะใจรีบเดินกลับไปที่ร้านกาแฟ แต่หญิงสาวทั้งสองคนก็ไม่อยู่แล้ว” นางขนิษฐา กล่าว

นางขนิษฐา กล่าวด้วยว่า ทางร้านกาแฟบอกว่า หลังจากที่ตนเดินเข้าไปในห้างฯ ได้ประมาณ 10 นาที หญิงสาวทั้งสองคนก็พากันเดินออกไปจากร้านกาแฟตามเส้นทาง ถ.ศรีโสธรตัดใหม่ มุ่งหน้ายังถนนมหาจักรพรรดิ์ จึงรู้ว่าตนถูกแก๊งมิจฉาชีพต้มตุ๋นตกทอง หลอกเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงพร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ และโทรศัพท์มือถือไปแล้ว ก่อนที่ทางร้านขายเสื้อผ้าที่ตั้งติดอยู่กับร้านกาแฟจะโทรศัพท์แจ้งไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า จะพยายามติดตามค้นหาตัวค้นร้ายจากภาพตามกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุให้ ซึ่งเบื้องต้นจากการติดตามหาตัวคนร้ายไปตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนีไปนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่พบตัวหรือกลุ่มคนร้ายแต่อย่างใด