หมอกควันปกคลุมเมืองตรังยังหนาทึบ สูงกว่า200ไมโครกรัม "นกแอร์" เจอผลกระทบเป็นวันที่ 2 ดีเลย์ออกไปชั่วโมงครึ่ง
นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่จังหวัดตรัง อยู่ในระดับที่น่ากลัวมาตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมแล้ว โดยหนักที่สุดอยู่ที่ 276 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร ซึ่งล่าสุดวันนี้จังหวัดตรัง ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 200 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร คืออยู่ที่ 228 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร
แต่หลังจากนี้ไปจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดผ่าน ส่งผลให้หมอกควันหวลกลับเข้าสู่ท้องทะเลอันดามัน และลอยไปยังประเทศอินโดนีเซีย ต่อไป ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้ระดมทุกหน่วยงานช่วยกันแจ้งเตือนประชาชน พร้อมแจกหน้ากากอนามัยไปแล้วจำนวนกว่า 70,000 ชิ้น แต่ปัญหาก็คือ ประชาชนรับไปแล้ว ก็ยังไม่ค่อยใช้กันล
ส่วนกรณีที่มีเสียงบ่นกันว่า ทำไมจังหวัดตรัง จึงไม่มีเครื่องตรวจวัดอากาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ชี้แจงว่า เนื่องจากเครื่องมือดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 4,900,000 บาท ซึ่งทางจังหวัดไม่มีงบประมาณที่จะจัดซื้อได้ และแม้ว่าจะร้องขอไปยังหน่วยงานที่มีเครื่องตรวจวัดอากาศให้มาดำเนินการ แต่เนื่องจากขณะนี้ได้มีการนำเครื่องมือดังกล่าวไปประจำอยู่ที่จังหวัดสตูล และจังหวัดภูเก็ต แล้ว อย่างไรก็ตาม สามารถนำผลการตรวจวัดจากทั้ง 2 จังหวัดข้างเคียง มาเทียบเคียงกับจังหวัดตรัง เพื่อประเมินสถานการณ์ได้
นายถาวร แสงอำไพ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานตรัง เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ที่ท่าอากาศยานตรัง มีหมอกควันค่อนข้างหนาทึบ โดยเฉพาะในช่วงเช้า ส่งผลให้เฉพาะสายการบินนกแอร์ ต้องดีเลย์หรือเลื่อนเวลาออกไปเป็นวันที่ 2 โดยมาถึงท่าอากาศยานตรัง ช้ากว่าเวลาปกติ 1 ชั่วโมง 30 นาที และส่งผลไปถึงสายการบินนกแอร์ในเที่ยวอื่นๆ ด้วย แต่มีผลกระทบลดน้อยลง เนื่องจากมีหมอกควันเบาบาง ขณะที่สายการบินอื่นๆ ยังคงบินขึ้นลงได้ตามเวลาปกติ ซึ่งทางท่าอากาศยานจะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน




